มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ในเมื่อท่านมองออกแล้ว ข้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปฏิเสธ! เป็นอย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ”
“ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่านมังกรวารี เช่นนั้นข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้งหนึ่ง”
มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่ง ไม่คิดเลยว่าเรื่องที่ซับซ้อนมากเช่นนี้ จะทำให้เทพหงส์ปล่อยวางได้
“ตกลง! ขอบคุณท่านเทพหงส์มาก”
ทันใดนั้น เปลวเพลิงของเทพหงส์ก็ได้พามู่เฉียนซีออกไป
มู่เฉียนซีกล่าวกับพวกของหลานเนี้ยนหลี่ว่า “ข้ายังมีเรื่องที่จะต้องจัดการ ไม่นานก็กลับมาแล้ว”
เวลานี้มู่เฉียนซีปรากฏตัวขึ้นอยู่อีกมุมหนึ่งของตำหนักเทพหงส์ และทอดสายตามองไปที่สระเพลิงที่ร้อนผ่าวแห่งหนึ่ง
“เจ้าครอบครองวิญญาณลิขิตสวรรค์ ถึงแม้ว่าข้าจะไม่อาจทดสอบจิตวิญญาณของเจ้าได้ เช่นนั้นข้าขอทดสอบกายเนื้อของเจ้าก่อนก็แล้วกัน”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “หากข้าสามารถผ่านด่านได้ เช่นนั้นท่านจะบอกข้าในทุกเรื่องที่ข้าอยากรู้ใช่หรือไม่?”
“นั่นก็ต้องรอให้เจ้าเข้าไปก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที!”
“นายท่าน!” เสี่ยวโม่โม่มองไปที่สระเพลิงแห่งนั้น ดูเหมือนว่าจะทรงพลังมากกว่าเปลวไฟในทะเลเพลิงก่อนหน้านี้เสียอีก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่เป็นไร!”
เมื่อนางเข้าไป เสี่ยวโม่โม่ก็พุ่งตามเข้ามาด้วยทั