จิ่วเยี่ยไม่อาจปล่อยโอกาสที่จะได้โลมเล้านี้ไปได้ รอหลังจากที่มู่เฉียนซีเหนื่อยจนถึงขีดสุดแล้ว เขาก็วางแผนไว้ว่าจะใช้โอกาสนี้ในการเป่าหูนาง
“ซี จื่อโยวส่งคนไปแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องไปหรอก”
“อื้อ…ท่านจะพูดว่า…” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างงุนงง
“ซีไม่ต้องไปที่สุสานเทพหงส์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว”
“ข้าได้ยินไม่ชัดเลย ง่วงจัง…”
ทักษะการแสดงของมู่เฉียนซีนั้นไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย สิ่งนี้ล้วนถูกราชาจิ่วเยี่ยมองได้อย่างทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
จิ่วเยี่ยยังคงจูบต่อไปอีก เพื่อให้บทเรียนแก่มู่เฉียนซี
หลังจากที่เขาจูบจนแทบจะขาดอากาศหายใจ มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “เจ้าหนูน้อยอย่างฉื้อเหยียนเซียว ท่านคิดว่าไว้ใจได้เช่นนั้นหรือ?”
จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “ไม่ได้มีเพียงแค่ฉื้อเหยียนเซียวเท่านั้น!”
“นั่นก็แปลว่ามีคนของเผ่าหงส์ม่วงด้วย แต่ข้าก็อยากจะไปด้วยตนเองสักครั้ง!”
จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขายังไม่อยากที่จะตอบตกลงเป็นอย่างมาก
“ก่อนหน้านี้ท่านรับปากแล้ว หากต้องการที่จะใช้ความงดงามนั้นมาทำให้ข้ายอมแพ้ ก็ฝันไปเถอะ! ข้าเคยถามสุ่ยจิงอิ๋งแล้ว นางบอกไม่มีปัญหา”
ในที่สุด จิ่วเยี่ยก็ไม่อาจขวางมู่เฉียนซีได้
วันต่อมามู่เฉียนซีได้ติดตามครูฝึกจื่อไปยังดินแดน