คนที่ให้การสนับสนุนขวงจวิ้นอ๋องได้นำเรื่องนี้มาอธิบายกันอย่างสมจริงสมจัง
“เดิมทีแล้วพวกเราอยากที่จะไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ แต่ทว่ามู่เฉียนซีกลับใช้อิทธิพลเพื่อครอบครองหงส์น้อยตัวนั้น และไม่ยอมให้มันได้พบเจอบรรพบุรุษของตนเอง ขวงจวิ้นอ๋องจึงได้ตัดสินใจไปที่ตำหนักเทพหงส์นิล เพื่อไปตรวจสอบสายเลือดอย่างไรล่ะ!”
“มนุษย์ผู้นี้อาศัยว่ามีความสามารถเล็กน้อย นี่จะไม่เรียกว่าทำตัวเผด็จการเกินไปหน่อยหรือ!”
“..….”
ในเวลานี้ มู่เฉียนซียังคงอยู่ในตำหนักเทพหงส์นิลกับขวงจวิ้นอ๋อง ผู้อาวุโสผู้ดำเนินพิธีกรรมกล่าวว่า “ท่านขวงจวิ้นอ๋อง สามารถเริ่มได้เลยหรือไม่?”
“นายท่าน…” เสี่ยวโม่โม่รู้สึกกลัวเล็กน้อย
มู่เฉียนซีกล่าวปลอบโยนว่า “เสี่ยวโม่โม่ ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร? ก็ไม่มีผู้ใดที่จะให้เจ้าทำเรื่องที่เจ้าไม่ยินยอมได้ ยังมีพวกเราอยู่นะ!”
เสี่ยวโม่โม่กล่าวว่า “อื้ม! นายท่านเยี่ยมยอดที่สุดแล้ว”
วิธีการตรวจสอบสายเลือดนั้นง่ายดายมาก เพียงแค่หยดเลือดของทั้งสองลงไปบนศิลาหงส์นิลชิ้นหนึ่ง และทันใดนั้นลำแสงสีดำที่บริสุทธิ์ก็พวยพุ่งออกมา
ผู้อาวุโสผู้ดำเนินพิธีกรรมกล่าวว่า “ลำแสงที่บริสุทธิ์เช่นนี้ เป็นญาติในสายโลหิตจริง ๆ ท่านขวงจวิ้นอ๋องยิน