มู่เฉียนซีเอ่ยถาม “ลอบสังหารผู้ใดหรือ?”
“ถามเขาสิ!” ฉู่หลีกล่าว
เจ้าสำนักฉู่กล่าว “มู่หลินหลาง!”
มิน่าเมื่อได้เห็นนางแล้วจึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเช่นนั้น อีกอย่างมองเพียงปราดเดียวก็จำได้แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านอาจารย์ฉู่ การที่ท่านยังรอดมาได้ มันคงเป็นโชคดีของโชคดีแล้ว! ท่านนอนอยู่นิ่ง ๆ เตรียมตัวรับการรักษาเถอะเจ้าค่ะ”
มู่เฉียนซีมีของดีอยู่ในมือจำนวนไม่น้อย อีกทั้งยังมีความสามารถในการปรุงยาที่เชียวขาญและเก่งกาจ การที่จะรักษาอาการของเจ้าสำนักฉู่จึงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด
เมื่อเจ้าสำนักฉู่ได้ทราบถึงตัวตนของมู่เฉียนซีแล้ว เขาก็รู้สึกรังเกียจศิษย์ของตนเองเป็นที่สุด
“เหตุใดตอนนั้นข้าถึงไม่เก็บเด็กผู้หญิงมานะ!”
“เจ้าดูเด็กน้อยคนนี้สิว่าดีเพียงใด ปรุงยาเป็นอีกด้วย! นอกจากเจ้าจะหัวดื้อหัวแข็งยิ่งกว่าก้อนหิน และขี้เกียจยิ่งกว่าหมูแล้ว เจ้ายังทำอะไรได้อีกบ้าง?”
“……”
เจ้าสำนักฉู่ยังคงบ่นกระปอดกระแปดต่อไปไม่หยุด มันทำให้มู่เฉียนซีรู้จักอาจารย์ผู้นี้ได้มากยิ่งขึ้นไปอีก
ที่แท้ฉู่หลีก็ถูกเจ้าสำนักฉู่เก็บมาตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อพบว่าเขามีหน่วยก้านและความสามารถที่ดี จึงรับเขามาเป็นศิษย์
และที่ฉู่หลีทำตัวเย็นชามาโดยตลอด ก