ักจีกล่าว
ในมือของอีกฝ่ายมีอาวุธที่ทำให้พวกเขากลับบ้านเก่าได้ทุกเมื่อ แล้วพวกเขาจะกล้ารั้งรอให้ความตายมาถึงอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร พวกเขาแต่ละคนล้วนรักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น!
เมื่อคนของสำนักฉางฮวนได้จากไปแล้ว เจ้าสำนักฉู่ที่ดูน่าเกรงขามและน่าเชื่อถือผู้นั้น ก็ได้ทอดมองไปยังฉู่หลีด้วยสีหน้าราวกับฟ้าจะถล่มแผ่นดินจะทลายก็มิปาน
“อา อา อา! เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? ฉู่หลี เจ้าบรรลุระดับขั้นเป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์เร็วกว่าข้าเสียอีก เช่นนี้แล้วยังจะเหลือทางให้อาจารย์เดินอีกได้อย่างไร? นี่เจ้าจงใจพุ่งชนข้าเลยใช่หรือไม่!”
ผู้อาวุโสทั้งหลายต่างก็พากันเบี่ยงหน้าไปยังทิศทางอื่น พวกเขาไม่กล้ามองเจ้าสำนักที่กำลังอับอายขายขี้หน้าอยู่
ฉู่หลีกล่าวด้วยความเย็นชา “ท่านฝึกตนช้าเองนี่!”
จากนั้นเขาก็เดินไปหามู่เฉียนซีโดยไม่เหลียวมองเจ้าสำนักฉู่แม้แต่น้อย “ศิษย์น้องหญิง อาจารย์ปรากฎตัวแล้ว”
“ศิษย์น้อง! เจ้าฉู่หลีตัวดี นี่เจ้าฉวยโอกาสตอนที่ข้าไม่อยู่เกี้ยวศิษย์น้องรึ เจ้า…”
เมื่อเจ้าสำนักฉู่เบี่ยงหน้าไปมองมู่เฉียนซี และได้เห็นใบหน้าของมู่เฉียนซีอย่างชัดเจนแล้วนั้น เขาก็เกิดเหม่อลอยไปชั่วขณะ
จากนั้นโทสะของเขา