นกับตระกูลมู่นั้น ก็นับว่าเป็นเรื่องที่โง่เขลาที่สุดเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้
มู่เฉียนซีกล่าว “เช่นนั้นข้าขอจ่ายสี่เท่า!”
สวี่ฝูเบิกตาโพลงในทันที “เจ้า…”
“ได้! ในเมื่อเจ้าคิดจะแข่งกับข้า ข้าก็ไม่คิดกลัวเจ้า! ข้าเป็นถึงคุณหนูใหญ่ของสำนักเล่ออัน มีหรือจะขาดแคลนหยกซวนจำนวนเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้น?”
“สิบล้าน! ข้าจะจ่ายเป็นจำนวนสิบล้าน!”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้าขอจ่ายยี่สิบล้าน!”
“สามสิบล้าน!”
“ห้าสิบล้าน!”
ยามที่ทั้งสองประชันวาจากันไปมา ผู้คนที่รายล้อมอยู่โดยรอบต่างก็กลืนน้ำลายกันเฮือกใหญ่ สตรีผู้นี้ใช้เงินได้น่ากลัวเกินไปแล้ว
เฉาหนานกลัวว่าจำนวนในบัตรของมู่เฉียนจะไม่พอ ถึงยามนั้นก็คงจะวุ่นวายน่าดู
คุณหนูสวี่กล่าว “หากเจ้าจ่ายสิบล้าน ข้าจะจ่ายร้อยล้าน!”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “โอ้! ในเมื่อเจ้าอยากได้ถึงเพียงนั้น ข้าก็ขอยกให้เจ้าก็แล้วกัน!”
ครานี้สวี่ฝูจึงจะตระหนักได้ว่า นาง…นางได้ใช้เงินไปเป็นจำนวนร้อยล้าน เพื่อซื้อห้องฝึกฝนในชั้นเจ็ดเพียงหนึ่งห้องเท่านั้น
ผู้คนที่อยู่ข้างกายนางเหล่านั้นก็ร้อนใจจนแทบคลั่งแล้ว
เมื่อพบว่าสวี่ฝูมีสีหน้าบูดบึ้งไม่น่าดู มู่เฉียนซีจึงกล่าว “เป็น