งแต่อย่างใด ทว่าคนของสำนักวารีเมฆานั้นกลับหลงเหลือเพียงสุ่ยโหรวคนเดียวเท่านั้น
หั่วห้าวหยู่กล่าว “เฉียนซี ไม่ต้องสนใจพวกเราหรอก!”
สุ่ยโหรวกล่าวด้วยท่าทางน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง “แม่นางมู่ เจ้าเป็นคนที่สำนักทั้งห้าคัดเลือกมาให้เป็นผู้นำกลุ่ม เจ้าจะไม่สนใจใยดีพวกเราไม่ได้นะ!”
มู่เฉียนซีกล่าว “สำนักวารีเมฆาถูกถอดออกจากรายชื่อแล้ว นี่เจ้าไม่รู้หรืออย่างไร?”
“แต่ว่า…แต่ว่า…”
“เพียะ!” ฝ่ามือเรียวฟาดลงไปยังใบหน้าของสุ่ยโหรวอย่างรุนแรง สุ่ยโหรวที่ถูกตบก็มึนงงไปชั่วขณะ ใบหน้าขาวนวลเกลี้ยงเกลา บัดนี้ปูดบวมราวกับซาลาเปา
ผู้ที่ฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าสุ่ยโหรวก็คือจีซานเหนียง
จีซานเหนียงกล่าวด้วยท่าทีรังเกียจเต็มประดา “ท่าทางเสแสร้งของเจ้ามันน่าขยะแขยงเกินไปแล้ว หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้! อย่ามาเพิ่มปัญหาให้วุ่นวายไปกว่าเดิม!”
.
.