นซีช่างวิปริตเกินไปแล้ว ทำตัวเหมือนกับน้ำแข็ง!
“ดูท่า กลับสำนักไปครานี้ข้าต้องตั้งใจฝึกฝนสักหน่อยแล้ว ข้าไม่เป็นตัวถ่วงเจ้าแน่นอนเฉียนซี”
“ในที่สุดคนอย่างเจ้าก็รู้จักพัฒนาตัวเองสักทีนะ อย่ามัวแต่พูดจาไร้สาระอยู่เลย รีบกลับไปเถอะ”
เจ้าสำนักเพลิงเมฆาดึงหั่วห้าวหยู่ขึ้นไปบนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภา
ผู้อาวุโสเจ็ดแห่งสำนักลั่วเยว่ก็กล่าวว่า “พวกเราก็ไปกันเถอะ!”
“อืม!”
พวกเขาออกเดินทางกลับ แต่ในขณะที่เดินทางผ่านป่าใหญ่แห่งหนึ่ง กลางอากาศเหนือป่านั้นก็ปรากฏแมลงสีดำตัวเล็ก ๆ ขึ้น
แมลงสีดำนี้ห้อมล้อมพวกเขาเอาไว้ สีหน้าของผู้อาวุโสเจ็ดพลันเปลี่ยนไปทันที
“แย่แล้ว ในป่าแห่งนี้มีนักแมลงวิญญาณ พวกเราไปล่วงเกินเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะโจมตีพวกเราเช่นนี้”
มู่เฉียนซีตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “นักแมลงวิญญาณ!”
ฉู่หลีกล่าว “คนพวกนี้มีความแข็งแกร่งในการควบคุมแมลงวิญญาณได้ มีต้นกำเนิดมาจากสายเลือดโบราณ แม้ว่าตอนนี้จะมีไม่มาก แต่ก็มีไม่น้อย อีกอย่างยังรับมือยากอีกด้วย”
“หากเป็นนักแมลงวิญญาณที่ควบคุมแมลงตัวใหญ่เพียงตัวเดียวก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่หากควบคุมแมลงตัวเล็กจำนวนมากเช่นนี้ รับมือได้ยากจริง ๆ”
ฉู่หลีผู้ที่คำพูดราวกับเป็นทอง ที่กว่าจะพูดออกมาสักคำหนึ่ง ในตอนนี้กลับอธิบายอย่างยาวเหยียดให้มู่เฉียนซีฟัง
หากผู้อาวุโสเจ็ดไม่ถูกแมลงเหล่านั้นดึงดูดความสนใจไปแล้วล่ะก็ คาดว่าเขาต้องมองดูฉู่หลีอย