มู่เฉียนซีกล่าว “ศิษย์พี่ ให้ข้าจัดการเถอะ!”
“ระวังตัวด้วย!”
“อื้ม!”
ร่างสีม่วงวาบผ่านไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด เพียงชั่วพริบตามู่เฉียนซีก็ปรากฎกายบนลานประลองแล้ว
ทั้งสองยืนประจันหน้าเข้าหากัน เฉี่ยเยว่กล่าว “ข้าไม่เหมือนพวกไร้ประโยชน์นั่นใช่หรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าไม่เหมือนคนเหล่านั้นอยู่แล้ว เพราะอายุขัยของเจ้าช่างสั้นเหลือเกิน”
ในฐานะนักปรุงยา มู่เฉียนซีมองออกว่าบุรุษผู้นี้มักฝึกยุทธ์ด้วยวิธีสุดโต่งเป็นประจำ จึงทำให้ร่างกายของเขาย่ำแย่และทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้าอยากตายสินะ!” มู่เฉียนซีกล่าวเหน็บแนมจี้ใจดำได้ถูกจุด ทำให้สีหน้าของเฉี่ยเยว่ดูขมึงทึงขึ้นมาโดยพลัน
ผู้ตัดสินไม่รอช้า รีบประกาศขึ้นในทันที “การประลองเริ่มขึ้นได้!”
สุ้มเสียงของผู้ตัดสินเพิ่งจางหายไปได้ไม่นาน พลังของเฉี่ยเยว่ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นหมอกสีโลหิต ลอยปกคลุมอยู่รอบตัวของเขา
บรรดาผู้คนที่รายล้อมอยู่รอบด้านก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นในทันที “คนผู้นี้ใช่ศิษย์ของสำนักวารีเมฆาหรือ เหตุใดจึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!”
“ไม่เพียงแต่ไม่เคยได้ยินเท่านั้น แต่ทักษะวิญญาณเช่นนี้ก็ดูแปลกประหลาดมาก”
มู่เฉียนซีไม่ได้สนใจอันใด นางเริ่มโจมตีอีกฝ่ายในทันที
“มังกรน้ำแข็งท้าสวรรค์!!”
มังกรน้ำแข็งตัวนี้ไม่เพียงแต่จะทรงพลังเท่านั้น ทว่ายังแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย
ปัง!
มันพุ่งเข้าชนร่างที่ปกคลุมไปด้วยหมอกโลหิตด้วยความเ