เจ้าสำนักวารีเมฆาเอ่ยถาม “สิ่งที่เจ้ากล่าวมาเป็นความจริงอย่างนั้นรึ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “แน่นอน เจ้าสำนักวารีเมฆา ท่านไม่รู้สึกบ้างหรือว่าแต่ละอย่างมันดูยุ่งยากและวุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง?”
“เหลวไหล!”
“รนหาที่ตาย!”
“เจ้ามันทำตัวราวกับลูกวัวเกิดใหม่ไม่กลัวเสือ!”
ท่าทางหยิ่งผยองของมู่เฉียนซี ทำให้บรรดาลูกศิษย์ของสำนักวารีเมฆาต่างรู้สึกไม่พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
“อาจารย์ ให้พวกเราจัดการเถิด! ให้พวกเราได้สั่งสอนหญิงอวดดี ผู้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนี่เอง”
“ได้ พวกเจ้าจงสั่งสอนนางเสีย”
ลูกศิษย์ทั้งเจ็ดคนของเจ้าสำนักวารีเมฆาต่างพากันเดินเรียงแถวขึ้นมาประจันหน้ากับมู่เฉียนซีด้วยท่าทางน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
สีหน้าของมู่เฉียนซียังคงเรียบเฉยดังเดิม นางกล่าว “เริ่มได้เลยใช่หรือไม่?”
เจ้าสำนักวารีเมฆากล่าว “เจ้ามั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่เสียใจภายหลัง? หากเจ้าพ่ายแพ้ เช่นนั้นสำนักลั่วเยว่ก็นับว่าพ่ายแพ้เจ็ดครั้งติดต่อกัน”
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นแน่นอน”
“ทางสำนักลั่วเยว่มั่นใจแล้วหรือ? เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ หาใช่เรื่องเล็ก ๆ ไม่” เจ้าสำนักวารีเมฆากวาดสายตามองไปยังคนของสำนักลั่วเยว่ที่ยืนเรียงรายกันอยู่ไม่ไกล
ปรากฏว่าผู้ที่กล่าวตอบไม่ใช่ผู้อาวุโสเจ็ด แต่กลับเป็นฉู่หลีที่กล่าวตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เพียงเอ่ยปากออกไป วาจาของฉู่หลีก็ทำให้บรรดาศิษย์ของสำนักวารีเมฆาพากันเดือดดาลมากขึ้นเป็นเท่าทว