มู่เฉียนซีกล่าว “ช้าเกินไป!”
ร่างของมู่เฉียนอันตรธานหายไปต่อหน้าหวังเจี้ยนก่อนที่หวังเจี้ยนจะรู้สึกตัว
“ทักษะโยวจั๋ว!”
ตูม!
ตูม!
เสียงระเบิดสองเสียงดังขึ้นเกือบจะพร้อมๆ กัน เสียงแรกคือเสียงการโจมตีจากกระบี่เล่มนั้นของหวังเจี้ยน
ส่วนอีกเสียงก็คือเสียงกระบี่ของหวังเจี้ยนที่ตกลงบนพื้น
พรวด! หวังเจี้ยนกระอักเลือดคำโตออกมา
ทุกคนมองร่างที่อยู่บนลานประลองนั้นด้วยความตกใจ จริงเหรอ…จัดการได้ภายในกระบวนท่าเดียวจริง ๆ เหรอนี่
“ทักษะร่างของนางช่างรวดเร็วยิ่งนัก!”
“ทักษะวิญญาณนั่นแข็งแกร่งมาก ซ่อนเร้น รวดเร็ว ช่างเป็นทักษะวิญญาณที่แข็งแกร่งมากจริง ๆ”
“สำนักลั่วเยว่เอาอัจฉริยะเช่นนี้มาจากที่ใดกัน”
หวังเจี้ยนลุกขึ้นมาด้วยความยากลำบาก “ข้า ข้ายัง…”
ตุบ!
เขาล้มลงไปอีกครั้งและกระอักเลือดออกมาอีกรอบ ทักษะโยวจั๋วทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ เขาจะมีแรงต่อสู้ต่อได้อย่างไรกันเล่า
“ใครก็ได้ ไปเชิญปรมาจารย์หวงมาหน่อย หวังเจี้ยน อยู่นิ่ง ๆ ก่อน อย่าเพิ่งขยับตัว”
ท่านเจ้าสำนักดูออกว่าหวังเจี้ยนได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่อาจขยับตัวมั่วซั่วได้ ดังนั้นจึงเชิญนักปรุงยามาดูอาการก่อน
เมื่อปรมาจารย์หวงมาถึง ก็ได้เห็นคนผู้หนึ่งที่ชีวิตนี้เขาไม่อาจจะลืมได้ ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง เขาก็รู้สึกแทบอยากจะก้าวเท้าวิ่งหนีไปทันที
การประลองเล็ก ๆ ในครั้งนี้ ผู้วิปริตผู้นี้มาทำไมกัน
นางคงไม่ได้มารังแกคนอื่นหรอกกระมัง
“ท่านอาจารย์