งานเลี้ยงของเจ้าสำนักวารีเมฆากำลังจะเริ่มขึ้น การจัดที่นั่งจัดเรียงตามระดับกองกำลังของแต่ละสำนัก
ตัวแทนของสำนักต่าง ๆ พากันมาแสดงความยินดีกับเจ้าสำนักวารีเมฆา รูปร่างหน้าตาของเจ้าสำนักวารีเมฆานั้นดูธรรมดาทั่วไป รอยยิ้มอันลำพองใจบนใบหน้าของเขาไม่อาจปกปิดได้มิดแต่อย่างใด
สำนักลั่วเยว่นั้นมาสายเล็กน้อย เมื่อศิษย์ที่ยืนต้อนรับอยู่เห็นกลุ่มคนของสำนักลั่วเยว่ปรากฏร่างในชุดสีม่วงขึ้น พวกเขาก็ตกตะลึงพรึงเพริดทันที “เป็นเจ้า!”
“นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้ามาเหยียบสำนักของพวกข้า”
ก่อนที่มู่เฉียนซีจะสังเกตเห็นว่าสองคนนี้เป็นใคร น้ำเสียงอันเย่อหยิ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน
“พวกขี้แพ้สองคนนี้ ยังกล้ามายืนตรงนี้ให้อับอายขายหน้าอีกเหรอ”
เมื่อเห็นสีหน้าที่ฟกช้ำดำเขียวของพวกเขาแล้ว มู่เฉียนซีก็นึกขึ้นมาได้ว่าพวกเขาคือคนที่ท้าทายนางที่ตระกูลโม่ จนสุดท้ายก็กลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปเอง และหนีหัวซุกหัวซุนกลับมายังสำนักวารีเมฆาในท้ายที่สุด
“หั่วห้าวหยู่นี่เจ้าพูดอะไรของเจ้า?” พวกเขากล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว
ในตอนนี้เอง น้ำเสียงอันเย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“นี่คือการต้อนรับของสำนักวารีเมฆาอย่างนั้นเหรอ?”
พวกเขามองไปที่ชายชุดดำผู้นั้น ดูท่าทางแล้วอายุยังน้อยกว่าพวกเขามาก แต่กลับแผ่ซ่านกลิ่นอายอันตรายออกมาได้ถึงเพียงนี้
ผู้อาวุโสแห่งสำนักวารีเมฆาเดินมา “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
พวกเขาก้มหน้าพลางกล่าวว่า “ไม่มีอะไรขอรับ!”
“สำ