้งอยู่ข้าง ๆ ราวกับฝันไปก็มิปาน
นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้จะตอบตกลงแล้ว
ฉู่หลีรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย เขาได้ไปสำนักวารีเมฆากับศิษย์น้องหญิงแล้ว ในใจรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่ใบหน้ากลับยังคงเย็นชาเฉกเช่นเดิม
เขาจำเป็นต้องไป จะให้คนของสำนักวารีเมฆามารังแกศิษย์น้องหญิงไม่ได้เด็ดขาด
และเมื่อเรื่องนี้ได้เผยแพร่ออกไป เหล่าบรรดาผู้อาวุโสทุกคนล้วนแต่ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าเจ้าฉู่หลีจะตอบตกลง สมองเขาคงไม่ได้รับการกระทบกระเทือนหรอกกระมัง!”
“เจ้าเจ็ด ข้าว่าเจ้าหูฝาด ตาฝาดไปแล้วมากกว่า”
“นั่นนะสิ!”
ต้องบอกเลยว่าในสำนักลั่วเยว่ของพวกเขานั้น คนที่หัวแข็งและพูดยากที่สุดไม่ใช่ท่านเจ้าสำนักผู้ยิ่งใหญ่ แต่เป็นศิษย์รักของท่านเจ้าสำนักผู้นี้ต่างหาก
เย็นชามากเป็นพิเศษ ไม่สนใจผู้ใด แม้แต่กับท่านเจ้าสำนักเองก็น้อยมากที่เขาจะสนใจ อีกทั้งยังทำให้ท่านเจ้าสำนักเสียใจมาหลายครั้งหลายครา
ผู้อาวุโสเจ็ดกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะดีนักว่า “เมื่อถึงตอนนั้นพวกท่านก็จะได้รู้เอง”
วันเดินทาง ฉู่หลีปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเรือนมู่เฉียนซีตั้งแต่เช้า
มู่เฉียนซีเดินออกมาก็เห็นฉู่หลียืนอยู่ราวกับต้นสนต้นหนึ่ง นางเอ่ยปากกล่าวว่า “ศิษย์พี่ รอข้าอยู่หรือเจ้าคะ ศิษย์พี่ก็ไปสำนักวารีเมฆาด้วยใช่หรือไม่?”
ฉู่หลีพยักหน้าเบา ๆ พลางกล่าว “อืม!”
“ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ศิษย์พี่รอนาน”
“ไม่นาน!”
จากนั้นฉู่หลีก็