็แล้วกัน”
“ขอรับ!”
ฮวาเจี้ยนตกตะลึงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “ศิษย์น้องมู่เห็นประโยชน์ส่วนตัวจนลืมคุณธรรมไปแล้วเหรอ นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าจะทิ้งพวกเรา”
“นึกไม่ถึงเลยว่าศิษย์น้องมู่จะชอบคนป่วยอย่างเจ้านั่น”
เฟิงซู่ที่นิ่งเงียบมาโดยตลอด ในตอนนี้ก็กล่าวขึ้นแล้วว่า “ฮวาเจี้ยนเจ้าพูดมากเกินไปแล้ว”
หลิ่วซู่กล่าว “หากข้าเอาเรื่องนี้ไปบอกศิษย์น้องมู่ เจ้าลองเดาดูสิว่าจะเป็นเช่นไร”
“เจ้าอย่าเชียวนะ! มิเช่นนั้นข้าจะจัดการเจ้าแน่”
ในขณะที่มู่เฉียนซีกับโม่ซวนกำลังนั่งรอการประมูลอยู่นั้น โม่ซวนก็เอาบัญชีจำนวนมากออกมาตรวจสอบ มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าไม่รู้จักการผ่อนคลายบ้างเลยหรือไง”
โม่ซวนกล่าว “ก่อนที่ข้ายังไม่เจอกับเฉียนซี ข้ารู้ว่าตัวข้าคงจะไม่มีชีวิตอยู่ต่อได้อีกไม่นาน ข้าก็เลยแข่งขันกับเวลาพยายามทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุด”
“แต่หลังจากที่เจอกับเฉียนซี มันทำให้ข้ามีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ข้าอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และอยากจะทำให้ดีกว่าเดิมในทุก ๆ ครั้ง”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “คนที่สามารถปลูกฝังเจ้าให้เป็นเช่นนี้ได้ คาดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้าคงจะมีนิสัยใช้ได้เลยทีเดียว ข้าไม่จำเป็นต้องระแวงเลย”
“พ่อบุญธรรม เป็นคนที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเจอมา และยังเป็นคนที่ข้าชื่นชมมากที่สุดด้วย” ในขณะที่กล่าวถึงคนผู้นั้น อุณหภูมิในแววตาของเขาก็ร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ
มุมปากของมู่เฉียนซีโค้งขึ้นเล็กน้อย น