ายื่นให้เขาราวกับว่าเป็นเพียงแค่กระดาษเปล่า
เขาสูดลมหายใจลึกเข้าปอด ก่อนจะกล่าวว่า “งานด้านหน้าเจ้ารับผิดชอบ ข้าจะอยู่เบื้องหลังเอง”
“ตกลง!”
มู่เฉียนซีมองโม่ซวนเดินออกไป นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “หากเป็นเยวี่ยเจ๋อเขาจะบอกว่าข้าใจดำ หากเป็นโม่จิ่น เขาก็จะรีบไปนั่งหลบมุมเขี่ยพื้นไปมา แต่สหายผู้นี้กลับกระตือรือร้นในการทำงานมาก”
“ซี ห้ามคิดถึงคนอื่นเด็ดขาด” จู่ ๆ จิ่วเยี่ยก็กอดนางเอาไว้
มีตระกูลโม่เป็นโล่กำบัง มีทุนที่เพียงพอ รับสมัครนักปรุงยาที่เพียงพอ หอหมอปีศาจจึงเป็นที่นิยมในเมืองโม่ทันที
การค้าเป็นไปอย่างราบรื่นดี แต่มู่เฉียนซีก็ยังไม่จากไป
มู่เฉียนซีกล่าวกับโม่ซวนว่า “กองกำลังที่สร้างมายังไม่เพียงพอ!”
ส่วนจะสร้างกองกำลังเช่นไรนั้น ต้องรอโอกาส
มู่เฉียนซีให้ความสำคัญการเริ่มต้นของหอหมอปีศาจมาก ตอนนี้นางยังไม่กลับสำนัก ยังอยู่ฝึกฝนต่อที่ตระกูลโม่
หลังจากนั้นผ่านมาไม่กี่วัน โม่ซวนก็รีบกลับมาบอกกับมู่เฉียนซีว่า “แม่นางมู่ ราชาพิษหนานหลิงประหลาดใจกับยาแผนปัจจุบันของแม่นางมาก เขาวางยาพิษคนของหอหมอปีศาจหลายคน เพื่อบีบคั้นถามถึงความเป็นมาของยาและวิธีการปรุงยานั้น”
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “คนผู้นี้คงจะมีชื่อเสียงมากกระมัง!”
“เขาไม่มีค่าพอที่ราชวงศ์ตงหวงจะเอ่ยถึง แต่ในที่แห่งนี้เขามีชื่อเสียงมาก”
“เช่นนั้นข้าจะไปเจอเขาสักหน่อย!”
มู่เฉียนซีแปลงกายเป็นบุรุษ และสวมหน้ากากอำพรางใบหน้า
นางเ