ข้ากับพวกเขา หากคนของเจ้าลงมือ อาจจะเผยพิรุธออกมาได้ แน่นอนว่าช่วยเหลืออย่างโจ่งแจ้งไม่ได้เด็ดขาด หากร่วมมือทำการค้ากันสำเร็จแล้วจัดการคนในความลับของโม่ซวนไม่ได้ ก็คงต้องรบกวนองค์ชายจิ่วเยี่ยแล้ว”
“มีองค์ชายจิ่วเยี่ยคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ผู้นำตระกูลมู่อย่างข้าก็สามารถทำการใหญ่ได้”
จิ่วเยี่ยจูบลงบนใบหน้ามู่เฉียนซี “ได้ช่วยซี ไม่ได้เป็นการรบกวนเลย”
มาในแดนซวนเทียนในครั้งนี้มีเรื่องราวมากมายที่ต้องจัดการ จิ่วเยี่ยจึงไม่ได้พัวพันกับมู่เฉียนซีมากนัก เขาจึงกอดนางและนอนหลับไป
มู่เฉียนซีนอนหลับพักผ่อนไปอย่างสบาย แต่โม่ซวนกลับไม่ได้นอนทั้งคืน
หั่วห้าวหยู่ไม่กล้ามาท้าประลองกับมู่เฉียนซีแล้ว เช้าวันต่อมาเขาเตรียมเดินทางออกจากตระกูลโม่ เขากล่าวถามว่า “เฉียนซี เจ้ากลับสำนักลั่วเยว่หรือไม่ จะได้เดินทางกลับพร้อมกัน!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้ายังมีธุระต้องจัดการ ยังไม่กลับตอนนี้”
“ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่ใช่ผู้บำเพ็ญภูตพลังธาตุอัคคี แต่เจ้ามีกระบี่วิญญาณพลังธาตุอัคคีที่แข็งแกร่งมาก ข้าว่าเจ้าเข้าร่วมกับสำนักเพลิงเมฆาของพวกข้าเถอะ! ด้วยความวิปริตของเจ้า หากเข้าร่วมสำนักเพลิงเมฆาของข้า เหล่าผู้อาวุโสคงดีอกดีใจจนแทบบ้าเป็นแน่”
กลับไปด้วยกันไม่ได้ นึกไม่ถึงเลยว่าหั่วห้าวหยู่จะเชิญชวนนางเข้าสำนักเช่นนี้
หากผู้อาวุโสหูผู้ที่พยายามชวนมู่เฉียนซีเข้าสู่สำนักลั่วเยว่ได้ยินเข้าแล้วละก็ เขาคงต้องทุบตีเจ้าหนุ่มผู้นี้อย