เนื่องจากด่านแรกมู่เฉียนซีแข็งแกร่งมาก และนางก็เคยเอาชนะอัจฉริยะอันดับแปดได้ภายในกระบวนท่าเดียวมาแล้วด้วย
ต่อมามู่เฉียนซีพบกับคู่ต่อสู้เจ็ดคน ทุกคนล้วนแต่…
ยอมแพ้ทั้งสิ้น!
แม้ว่าจะเอ่ยปากยอมแพ้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกอับอายขายหน้าแต่อย่างใด
ความแข็งแกร่งห่างชั้นกันมากเช่นนี้ การยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอายขายหน้าแต่อย่างใด
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “สนามต่อไป มู่เฉียนซี พบกับฮวาเจี้ยน”
ฮวาเจี้ยนชนะมาโดยตลอด จนกระทั่งมาได้มาเป็นคู่ต่อสู้ของมู่เฉียนซี
เขายิ้มพลางกล่าวว่า “ในด่านแรก ข้าได้เห็นท่าทางที่มีเสน่ห์ของศิษย์น้องหญิงมู่กับตา นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะได้มาเป็นคู่ต่อสู้ของศิษย์น้องหญิงมู่ โปรดศิษย์น้องหญิงมู่ยั้งมือไว้ไมตรีด้วย”
มู่เฉียนซีกล่าว “อยากจะให้ข้ายั้งมือไว้ไมตรี เช่นนั้นเจ้าก็แสดงความสามารถของเจ้าออกมาสิ!”
ฮวาเจี้ยนกล่าว “แน่นอนอยู่แล้ว เผชิญหน้ากับศิษย์น้อง ข้าจะประหม่าได้อย่างไรกันเล่า”
“เถาวัลย์ทำลาย!” ทันทีที่ฮวาเจี้ยนลงมือ เขาก็ใช้ทักษะพลังธาตุทันที
อัจฉริยะสำนักนอกแห่งสำนักลั่วเยว่หลายคนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังธาตุทั้งสิ้น!
เถาวัลย์หนามพุ่งเข้ามาห้อมล้อมทั่วทุกทิศทางราวกับตาข่ายก็มิปาน
ร่างของมู่เฉียนซีหลบหลีกอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด “โล่วิญญาณน้ำแข็ง!”
“มังกรวารีทำลาย!”
ในที่สุดก็มีคนที่เป็นคู่ต่อสู้ของมู่เฉียนซีโดยที่ไม่เอ่ยปากยอมแพ้แล้ว การ