ก บางทีนางอาจจะฟื้นฟูพลังกลับมาได้อย่างสมบูรณ์ก็ได้
ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงบดบังพลังความแข็งแกร่ง และค่อย ๆ สู้กับฮวาเจี้ยนไปอย่างช้า ๆ
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง!
สำหรับฮวาเจี้ยนแล้ว นี่เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากและยืนหยัดอย่างยาวนานมาก
ดูเหมือนว่าตนเองจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่กลับรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนแรงเสียอย่างนั้น
ในทางกลับกันทางด้านศิษย์น้องหญิงผู้นี้ นางกลับรู้สึกผ่อนคลายมาก
เห็นได้ชัดว่าพลังความแข็งแกร่งของฮวาเจี้ยนนั้นแข็งแกร่งกว่ามู่เฉียนซีมาก แต่พลังวิญญาณกลับสูญเสียไปอย่างรวดเร็ว
มู่เฉียนซีตกใจผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์
“ศิษย์พี่ฮวา พลังวิญญาณของท่านกำลังจะหมดลงแล้ว ท่านรีบกินยาลูกกลอนเร็วเข้า แล้วเรามาสู้กันต่อ!”
มู่เฉียนซีเอายากลูกกลอนยื่นให้เขาอย่างใจกว้าง ใช่! สำหรับนางแล้ว ฮวาเจี้ยนไม่เหมาะกับการเป็นคู่ต่อสู้ของนาง แต่เหมาะในการช่วยนางฝึกฝนให้พลังของนางฟื้นฟูกลับมามากกว่า
ทุกคนเห็นเช่นนี้ต่างก็ตกตะลึงขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนขึ้นประลองและคู่ต่อสู้มอบยาลูกกลอนให้เพิ่มพลังวิญญาณเช่นนี้
ฮวาเจี้ยนแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว เขามองมู่เฉียนซีด้วยความโกรธ “ศิษย์น้องมู่! นี่เจ้าจงใจทำเช่นนี้ ฮือ ๆ ๆ! เจ้ามีพลังความแข็งแกร่งเจ้าก็จัดการได้เลย เหตุใดต้องให้ข้ามาทรมานเช่นนี้ด้วย”
“ข้าไม่กินยาลูกกลอน! เจ้าจะโจมตีให้ข้ากระเด็นไปจากลานประลอง หรือจะให้ข้าสูญเสียพลังไปจนหมดสิ้น