ทันทีที่ปลายนิ้วของมู่เฉียนซีขยับ ยาลูกกลอนเม็ดสีดำเม็ดหนึ่งก็พุ่งเข้าไปในปากของศิษย์พี่หลิวผู้นั้น
ค่อก ๆ ๆ! ศิษย์พี่หลิวเกือบสำลัก
“เจ้า…อือ ๆ ๆ…”
เขากำลังจะด่ามู่เฉียนซี แต่เขากลับไม่สามารถเปล่งเสียงพูดออกมาได้
ศิษย์พี่หลิวเผชิญกับดวงตาสีดำอันเย็นยะเยือกคู่นั้น มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าเสียงดังเกินไปแล้ว เงียบปากสักหน่อยเถอะ”
ศิษย์พี่หลิวรู้สึกเย็นสันหลังวาบอย่างน่าแปลกประหลาด อีกทั้งยังไม่สามารถเปล่งเสียงพูดใดออกมาได้เช่นนี้อีก ในที่สุดเขาก็เงียบลงแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “องค์ชายเฟิงอวิ๋นที่ท่านกล่าวถึงคือผู้ใดกัน?”
ผู้อาวุโสหูยิ้มพลางกล่าว “จะเป็นใครไปได้อีกเล่า ก็ผู้ที่เคยเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแดนซวนเทียน หลานชายของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ตงหวง ทายาทแห่งราชวงศ์ตงหวงอย่างองค์ชายมู่เฟิงอวิ๋นอย่างไรล่ะ”
“เรื่องราวของเขา ต่อให้นั่งเล่าสามวันสามคืนก็เล่าไม่จบ! สาวน้อยอย่างพวกเจ้าชอบบุคคลในตำนานเช่นนี้มากไม่ใช่หรอกเหรอ!”
“แต่น่าเสียดาย…”
ในตอนนั้น ด้วยเหตุนี้เอง สำนักของเขาจึงมีศิษย์น้องหญิงที่โดดเด่นในสำนักมากมาย
ตอนนี้ศิษย์ผู้โดดเด่นเอาแต่เดินวนเวียนรอบ ๆ สำนักลั่วเยว่
นอกจากนี้ ผู้อาวุโสหูก็ไม่คิดว่าด้วยเหตุนี้ จะทำให้สาวน้อยผู้มีพรสวรรค์อันวิปริตผู้นี้จะตอบรับการเข้าสำนักลั่วเยว่ของเขา
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านบอกว่าท่านเจ้าสำนักของท่านเป็นสหายกับองค์ชายเฟิงอวิ๋น แล้วท่านเจ้าสำนักของท