ทันทีที่มู่เฉียนซีผลักประตูเข้าไป นางก็เห็นสัตว์วิญญาณน้อยตัวนั้นกำลังถูกพลังแห่งคำสาปกลืนกิน!
มันดูเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก แต่กลับไม่ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาแต่อย่างใด ด้วยไม่อยากรบกวนให้คนข้างกายของมันตื่น
หยดน้ำตาไหลเม็ดโตไหลรินลงมาไม่ขาดสาย ต่อก ต่อก! ช่างน่าเศร้านัก!
มันมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยสายตาอ้อนวอน แม้ว่ามันจะพูดไม่ได้ แต่มู่เฉียนซีรู้และเข้าใจว่ามันหมายความว่าอย่างไร
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรไปเด็ดขาด ท่านปู่ตงหวงจะได้สบายใจ เจ้าไม่ต้องกังวล”
เมื่อเห็นอาการของมันแย่ลงเรื่อย ๆ เช่นนี้ มู่เฉียนซีก็รีบกล่าวขึ้นว่า “จิ่วเยี่ย ข้าขอเลือดเจ้าหน่อย!”
เข็มขนาดเล็กปักลงบนนิ้วมือของจิ่วเยี่ย เลือดหยดนั้นหมุนวนกลางอากาศเหนือศีรษะของสัตว์วิญญาณน้อยตัวนั้น ก่อนจะหยดลงมากระทบร่างของมัน
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “กำราบ!”
พลังจิตของนางโคจรอย่างบ้าคลั่ง พลังแห่งคำสาปที่กำลังกลืนกินสัตว์วิญญาณน้อยตัวนั้นรู้สึกราวกับพบเจอสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว จึงถอยกลับไป
มู่เฉียนซีพึมพำเสียงเบาว่า “เป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริง ๆ ด้วย!”
แม้ว่าคำสาปทื่สัตว์วิญญาณตัวน้อยนี้โดนจะน่ากลัว แต่เมื่อเทียบกับคำสาปของจิ่วเยี่ยแล้วกลับห่างชั้นกันมาก
เลือดของคำสาปอันแข็งแกร่งที่จิ่วเยี่ยมีนั้น สามารถยับยั้งการกำเริบของคำสาปในตัวของสัตว์วิญญาณน้อยตัวนี้ได้
ฮูก! สัตว์วิญญาณน้อยรู้สึกดีอกดีใจข