ก่อนที่องค์ชายจิ่วเยี่ยจะกระทำความผิดอย่างกำเริบเสิบสาน น้ำเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านนอกวังใต้ดิน
“ท่านผู้นำตระกูลมู่ขอรับ มีท่านผู้เฒ่าท่านหนึ่งนามว่าตงหวงมาขอพบท่านผู้นำตระกูลมู่ขอรับ”
มู่เฉียนซีได้ยินชื่อนี้ก็ตกตะลึงขึ้น “ท่านปู่ตงหวง”
และแน่นอนว่าจิ่วเยี่ยไม่มีโอกาสได้ลงโทษมู่เฉียนซีแล้ว
วันนี้เป็นวันงานเฉลิมฉลอง ตำหนักเป่ยหานครึกครื้นเป็นอย่างยิ่ง ชายชราในชุดคลุมยาวสีขาวผู้หนึ่งถูกคนประคองเดินเข้ามาในตำหนักเป่ยหาน
ในอ้อมกอดของเขาอุ้มสัตว์น้อยตัวเล็กสีเงินตัวหนึ่งที่กำลังหลับอยู่เข้ามา ท่าทางของมันดูเหมือนว่าจะอ่อนแอมาก
เมื่อเห็นร่างอันคุ้นเคยนั้น มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นด้วยความดีใจว่า “ท่านปู่ตงหวง ท่านปู่ได้ข่าวแล้วอย่างนั้นเหรอ”
หญิงสาวตรงหน้าดูเหมือนจะเติบโตขึ้นแล้ว เขากล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ซีเอ๋อร์ เรื่องบางเรื่องล่าช้าไปนานมาก เจ้า…เอ่อ…เจ้าหาเจอแล้วหรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าว “มู่อี ปิดล้อมบริเวณโดยรอบเอาไว้ อย่าให้ใครเข้ามาใกล้เป็นอันขาด”
คัมภีร์หมื่นคำสาปไม่ใช่สิ่งของธรรมดาทั่วไป
หากเรื่องนี้เล็ดลอดไปแม้แต่น้อย มันจะส่งผลเสียต่อนางเป็นอย่างมาก
หลังจากออกคำสั่งเสร็จ มู่เฉียนซีก็พยักหน้าลง “อืม! ท่านปู่ตงหวง ข้าหาคัมภีร์หมื่นคำสาปที่อยู่ในเผ่ามังกรเจอแล้ว แต่บันทึกที่อยู่ในนั้นไม่สามารถแก้คำสาปของจิ่วเยี่ยได้ คาดว่าต้องอยู่ในคัมภีร์ส่วนที่สามเป็นแน่”
ท่านปู่ตงหวงก