ชันฝีมือกับเจ้าดูสักตั้ง!”
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าว “มาสิ! ข้าไม่มีทางแพ้แน่นอน”
ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเกินความคาดหมายของทุกคนมาก ทั้งสองต่อสู้กันอย่างสูสีและผลที่ออกมาก็เสมอกัน แต่สุดท้าย ซวนหยวนชิงอวิ๋นก็เลือกที่จะหลีกทาง ไม่แย่งชิงตำแหน่ง
เชียนอ้าวเซี่ยได้กลายเป็นหัวหน้าตำหนักเป่ยหายต่อจากกู้ไป๋อี หัวหน้าตำหนักเชียนเซี่ย
ผู้นำตระกูลมู่ยังคงเป็นประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหายอยู่เฉกเช่นเดิม ไม่มีผู้ใดกล้าถอดชื่อนางออกจากตำแหน่งประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหานเลย
ณ ห้องโถงใหญ่ของหัวหน้าตำหนักกำลังจัดงานเลี้ยงฉลองกันอย่างคึกคัก ทั่วทั้งดินแดนสี่ทิศครึกครื้นเป็นพิเศษ แขกเหรื่อมากมายเดินทางมายังตำหนักเป่ยหาน
ดอกไม้สดและสุราชั้นดีวางเต็มโต๊ะห้องโถง บนท้องฟ้าจุดพลุกันอย่างครื้นเครง
มู่เฉียนซีเดินไปที่วังใต้ดินของตำหนักเป่ยหานเพียงลำพัง นางกล่าวเสียงต่ำว่า “เสี่ยวไป๋ ตำหนักเป่ยหานได้เปลี่ยนหัวหน้าตำหนักคนใหม่แล้ว ตอนนี้เจ้าสบายดีหรือไม่?”
“หากเจ้ากลับมาแล้ว ตำแหน่งหัวหน้าตำหนักก็จะยังคงเป็นของเจ้า นี่เป็นข้อตกลงที่ข้าทำไว้กับทุกคน แต่เจ้าเอาแต่ฝึกบำเพ็ญเพียงอย่างเดียว ตำแหน่งหัวหน้าตำหนักนี้ก็เป็นเจ้าเป่ยกงจั๋วนั่นที่เป็นคนยัดเยียดให้เจ้า คาดว่าเจ้าก็คงจะไม่เต็มใจเท่าไรหรอก”
มู่เฉียนซีกำหมัดแน่น “เจ้ารักษาตัวด้วยนะ ข้าจะคิดหาทางช่วยเจ้าให้ได้”
ขวับ!
พลันนั้นมู่เฉียนซีก็ถูกดึงร่างเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอันคุ