วตรงหน้ามู่เฉียนซีและกักขังมู่เฉียนซีไว้
รอบบริเวณล้วนแต่เป็นลำแสงกระบี่อันแหลมคมที่สามารถฟันทุกอย่างให้ขาดสะบั้นได้
ดวงตาสีแดงโลหิตคู่นั้นจ้องมองมู่เฉียนซี เขากล่าว “พลังของข้าคนเดียว เกรงว่าจะไม่อาจฆ่าจิ่วเยี่ยผู้นั้นได้ เช่นนั้นเรามาร่วมมือกันอีกครั้งเป็นเช่นไร?”
“เจ้า วิญญาณลิขิตสวรรค์ร่วมมือกับข้า เช่นนี้ก็จะมีพลังเพียงพอที่จะทำให้เขาดับสูญไปได้”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “พิฆาตวิญญาณ ไม่มีทาง!”
“แมวน้อย เหตุใดเจ้าต้องดื้อรั้นเช่นนี้ เรื่องนี้ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี รีบกำจัดได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี”
ครั้งก่อนมีอินรั่วเฉินช่วย ครั้งนี้หากให้พิฆาตวิญญาณทำสำเร็จแล้วละก็ เช่นนั้น…เช่นนั้นทุกอย่างนางก็ไม่สามารถควบคุมได้แล้ว
เพียงแค่นึกว่ามือของนางกำกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณแทงทะลุหัวใจของจิ่วเยี่ย มู่เฉียนซีก็รู้สึกเจ็บปวดใจราวกับมีคมมีดมากรีดใจนางก็มิปาน และนี่เป็นครั้งแรกที่นางเกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้น
ไม่…
ไม่ได้เด็ดขาด!
พิฆาตวิญญาณยิ้มอย่างมีเลศนัย “แมวน้อย อย่าได้ต่อต้านอีกเลยนะ ไม่ว่าเจ้าจะต่อต้านเช่นไรมันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี!”
“ฮือ ๆ ๆ! พิฆาตวิญญาณ เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร ใจร้ายกับนายท่านมากเกินไปแล้ว”
พิฆาตวิญญาณยิ้มพลางกล่าว “แต่ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น ข้าว่านี่เป็นครั้งแรกที่ข้ามีความเมตตาที่สุดแล้วล่ะ!”
มังกรเพลิงผงะไปเล็กน้อย มันกับพิฆาตวิญญาณเก