ต่อสู้เก่าของข้าเอง”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ ก่อนจะกล่าวเสียงต่ำว่า “ซี รักษาตัวด้วย”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “จิ่วเยี่ย เจ้าเองก็ระวังตัวด้วย หมิงจีผู้นี้มีแผนการเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว!”
ร่างของหวงจิ่วเยี่ยพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
ใบหน้าของหมิงจีเผยรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา นางกล่าว “ในที่สุด เจ้าก็มา!”
ตูม!
พลังของทั้งสองปะทะกัน ทั่วทั้งฟ้าดินล้วนแต่สั่นไหวอย่างรุนแรง
มีจิ่วเยี่ยคอยรับมือกับหมิงจีอยู่ ความกดดันของมู่เฉียนซีจึงลดน้อยลงมาก
มู่เฉียนซีกำกระบี่มังกรเพลิงในมือแน่น และพุ่งไปที่หลัวซา!
“อาถิง มาช่วยกันจัดการเจ้านี่เถอะ!”
อาถิงเห็นสีหน้าของมู่เฉียนซีย่ำแย่เช่นนี้แล้ว เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “ข้าว่าเจ้าพักก่อนสักหน่อยเถอะ”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพักผ่อน ช่วยกันลงมือจัดการเถอะ”
อาถิงกล่าว “ในเมื่อเจ้าดึงดันจะทำเช่นนี้ เช่นนั้นเราก็มาร่วมทุกข์ร่วมสุขต่อสู้กันสักตั้ง ข้าขอยืมพลังจิตของเจ้าหน่อย”
เขาสูญเสียพลังไปใกล้จะหมดแล้ว ไม่สามารถฝืนต่อสู้ได้อีกต่อไป
อาถิงเดินมาอยู่ข้างกายมู่เฉียนซี จับมือมู่เฉียนซีเอาไว้ “มันจะเจ็บปวดสักหน่อย แต่จัดการกับเจ้าพวกสารเลวพวกนี้ มีกำลังเหลือเฟือ”
หลัวซายิ้มพลางกล่าว “ศาลานิรันดร์ ตอนนี้สภาพของเจ้าอ่อนแอถึงเพียงนี้ คิดจะกำจัดข้าอย่างนั้นเหรอ?”
อาถิงกล่าวดูถูกเหยียดหยามว่า “เจ้าเทพมารสารเลวผู้นั้น คิดว่าอยากได้วิญญาณลิขิตสวรรค์แล้วจะได้ง่