ทำลายคนทั้งสองนั้นได้
ไม่นานนัก เวลาก็กลับมาเดินเป็นปกติ!
หมิงจีกล่าว “ข้าประเมินเจ้าต่ำเกินไปจริง ๆ!”
กระโปรงและเสื้อผ้าอาภรณ์ของหมิงจีถูกแผดเผาทำลายแล้ว ร่างของนางกลายเป็นเงาดำ และพุ่งเข้ามาใกล้มู่เฉียนซี
ลำแสงสีเขียวอ่อนขวางการโจมตีของหมิงจีเอาไว้ได้ แต่กลับยิ่งอ่อนแอลงเรื่อย ๆ
“หญิงอัปลักษณ์ เอาเจ้าท่อนไม้นี่คืนไป!”
มู่เฉียนซีเอาชิงอิ่งกลับเข้าไปในมิติ อาถิงดึงมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “หญิงอัปลักษณ์ เรารีบไปเร็วเข้า!”
“ไป? ไม่ปกป้องดินแดนสี่ทิศแล้วเราจะไปที่ไหนได้ อาถิง ช่วยข้าสู้รบศึกนี้เถอะนะ!”
อาถิงกัดฟันกรอดพลางกล่าว “ในเมื่อเจ้ายืนหยัดที่จะทำเช่นนี้ เช่นนั้นข้าก็จะสู้ไปกับเจ้า”
หลัวซากล่าว “ศาลานิรันดร์อ่อนแอที่สุด ไม่ได้น่ากลัวแม้แต่น้อย ท่านเทพมารคาดการณ์เอาไว้ถูกแล้ว”
“ท่านเทพมาร โปรดมอบพลังให้แก่ข้า!”
พลังอันดำมืดได้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา
ไม่นานนักร่างกายของหลัวซาก็ดูเหมือนใหญ่โตขึ้นเป็นสิบเท่า เขายืนมือไปหมายจะจับมู่เฉียนซี
“เวลาช้าลง!”
“เพลิงสังหารซิวหลัว!”
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง!
มู่เฉียนซีกับอาถิงร่วมมือกันต่อสู้รับมือกับหมิงจีและหลัวซา
เนื่องจากสองคนที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดของเผ่าวิญญาณร้ายนี้กำลังร่วมมือกันต่อสู้กับมู่เฉียนซี ผู้พิทักษ์ปกป้องดินแดนและพวกจึงผ่อนคลายลงมาก
พลังของลั่วเหมี่ยวกำลังจะหมดลง นางอยากช่วยมู่เฉียนซีแต่ก็ไร้กำลังความสามารถ
เพราะการต่อสู้ของ