มู่เฉียนซีเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่านี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของศึกการสู้รบเท่านั้น แต่นางก็ต้องจำใจปรุงยาเพิ่ม
นิรันดร์กล่าว “แม่ยอดดวงใจ เจ้าอย่าได้ประเมินข้าต่ำไปนักเลย ต่อจากนี้ ข้าจะหลอมยาลูกกลอนออกมาให้เจ้าให้เพียงพอ ไม่ให้เจ้าต้องมาเป็นกังวลใจเรื่องหลอมยาอีกแล้ว”
“เจ้าจะต้องรักษาตัวเองให้ดี อย่าให้ตัวเองเป็นอะไรไปเด็ดขาด!”
ในขณะที่กล่าวคำพูดนี้ออกมานั้น น้ำเสียงของนิรันดร์ก็พลันจริงจังขึ้น
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “ก็ได้! เช่นนั้นคงต้องกินแรงเจ้าแล้ว นิรันดร์”
ความสามารถของนิรันดร์นั้นแข็งแกร่งมาก ไม่นานนักก็หลอมยาลูกกลอนออกมาสำเร็จแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “เทยาลูกกลอนลงไป”
“นะ นี่ นี่มัน…”
กองกำลังของเซี่ยโจวรีบพากันมาสนับสนุน และเมื่อได้เห็นภาพเหล่านี้เข้า พวกเขาต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริดกันถ้วนหน้า
“นั่นมันยาลูกกลอนหรือว่าก้อนหินกันแน่?”
“เจ้าตาบอดหรือไง เห็น ๆ กันอยู่ว่านั่นมันยาลูกกลอนชัด ๆ อีกทั้งยังเป็นยาลูกกลอนระดับสูงอีกด้วย!”
“นั่นมัน…นั่นมันท่านผู้นำตระกูลมู่นี่”
“มิน่าล่ะว่าเหตุใดถึงได้ลงมืออย่างฟุ่มเฟือยเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นท่านผู้นำตระกูลมู่นี่เอง”
ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้นที่ตกตะลึงพรึงเพริด แม้แต่คนของเผ่าวิญญาณร้ายเองก็ตกตะลึงพรึงเพริดไม่แพ้กัน
“บัดซบ! นึกไม่ถึงเลยว่าค่ายกลของเผ่าวิญญาณร้ายของพวกเราจะถูกทำลายไปง่าย ๆ เช่นนี้ได้”
พวกเขารับรู้ได้ถึงพลังอันชั่วร้ายนั้นแ