ือมีเหลิ่งหนิงจือกับเซียวเหยา รวมถึงยอดฝีมือของหอหมอปีศาจและตำหนักเป่ยหานอยู่
แต่แดนตะวันออกไม่มีใคร ยอดฝีมือของตำหนักตงจี๋ก็เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวเสียงขรึมว่า “ชิงอิ่ง เจ้าอยู่รับมือกับคนของเผ่าวิญญาณร้าย อย่าปล่อยให้พวกมันทำให้พลังแห่งวิญญาณร้ายแข็งแกร่งได้เด็ดขาด”
“เฉียน ไม่ได้! ข้าทำไม่ได้!”
“ข้าจะอยู่ข้างกายเจ้า”
ชิงอิ่งปฏิเสธแล้ว!
ตอนนี้เป็นเวลาที่อันตรายที่สุด ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะไม่ยอมให้นางอยู่ห่างตัวเขาเป็นอันขาด
และในตอนนี้เอง ร่างในชุดสีขาวนวลร่างหนึ่งก็ลอยตัวมากลางอากาศ อาภรณ์พัดพลิ้วไปตามสายลม ดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะมีพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับสูงสุด
เมื่อมู่เฉียนซีเห็นร่างของคนผู้นี้ที่มีสีหน้าเมินเฉยนางก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “ซวนหยวนชิงอวิ๋น!”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นออกไปฝึกฝนสั่งสมประสบการณ์ตัวคนเดียว แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมานางไม่เคยได้ข่าวของเขาเลย นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาปรากฏตัวขึ้นในตอนนี้
ซวนหยวนชิงอวิ๋นกล่าว “เฉียนซี ไม่ได้เจอกันนานเลย แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาระลึกถึงวันเก่า ๆ”
“ก็ใช่!”
“ที่นี่มอบให้เป็นหน้าที่ข้า เจ้าวางใจได้! ข้าเอาอยู่”
พลังที่ซวนหยวนชิงอวิ๋นแผ่ซ่านออกมาในตอนนี้ ไม่ได้ต่ำไปกว่ายอดฝีมือระดับสูงสุดของกองกำลังระดับสามเลย
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ตกลง เช่นนั้นก็มอบให้เป็นหน้าที่เจ้าแล้ว”
“เยวี่ยเจ๋อ น่าหลาน พวกเรากลับเซี่