่อง!”
ว่าแล้วกลิ่นอายกระบี่อันกระหายเลือดก็ฟันเข้าที่คอของพวกเขาแต่ละคนจนขาดสะบั้น!
พวกเขาไม่มีโอกาสแม้จะส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา ก่อนตายพวกเขายังอยู่ในความงุนงงสับสน คนผู้นี้จะใช่โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินได้อย่างไรกัน
หากบอกว่าเป็นจอมมารยังน่าเชื่อมากกว่า! จิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมารุนแรงกว่านายท่านเสียอีก
พิฆาตวิญญาณที่อารมณ์ไม่ดีอยู่ในตอนนี้ กล่าวขึ้นว่า “อินรั่วเฉิน ปล่อยข้าออกไป! อย่าได้ขวางทางข้า!”
“อมิตพุทธ!” ในหัวของพิฆาตวิญญาณมีเสียงสวดมนต์ของอินรั่วเฉินดังก้องขึ้น ทำให้พิฆาตวิญญาณหงุดงิดยิ่งกว่าเดิม
“ดินแดนสี่ทิศตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว! หากข้ายังไม่ออกไป แมวน้อยจะต้องแย่แน่ ของที่น่าสนใจเช่นนี้ ข้าไม่มีทางยอมให้นางตายเร็วไปหรอกนะ”
ในที่สุดอินรั่วเฉินก็เอ่ยปากกล่าวขึ้นแล้ว “หากข้าปล่อยเจ้าออกไป ก็มีแต่จะสร้างความวุ่นวายให้กับแม่นางมู่”
“กลิ่นอายของเผ่าวิญญาณร้ายมันช่างน่ารำคาญใจยิ่งนัก แต่ปล่อยให้ดินแดนสี่ทิศกลายเป็นดินแดนแห่งความตายไปก็ไม่เลว ขอเพียงแค่แมวน้อยยังมีชีวิตรอดอยู่ก็พอ เจ้าอย่าได้ขวางทางข้า”
และแล้วอินรั่วเฉินจึงเริ่มสวดมนต์ขึ้นอีกครั้ง อักขระมนต์สีทองได้ปิดผนึกอุโบสถห้องนี้เอาไว้ เพื่อขวางการเคลื่อนไหวของพิฆาตวิญญาณ
“เจ้าขวางข้าได้ไม่นานหรอก!” พิฆาตวิญญาณยิ้มพลางกล่าว
“ข้าจะทำทุกวิถีทาง”
“หากครั้งก่อนเจ้าไม่เป็นห่วงเป็นใยนางจนวิ่งเตลิดออกไปละก็ ข้าก็คงจะไม่มีโอกาสท