อินรั่วเฉินกล่าว “สิ่งที่ข้ารู้นั้นก็มีขอบเขตและมีข้อจำกัดเช่นกัน วิชาลึกลับเช่นนี้ข้าไม่รู้หรอก ต้องขออภัยด้วย”
พรวด! ยังไม่ทันกล่าวจบ อินรั่วเฉินก็กระอักเลือดคำโตออกมา ภิกษุรูปหนึ่งรีบเข้าไปประคองเขาเอาไว้
“โอรสศักดิ์สิทธิ์ รีบกลับเถอะ!”
มู่เฉียนซีจับชีพจรบนข้อมือของอินรั่วเฉิน ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “ได้รับบาดเจ็บสาหัส พลังจิตปั่นป่วน เจ้า…นี่เจ้าเก็บตัวฝึกบำเพ็ญจนกลายเป็นเช่นนี้เหรอ?”
“ข้าไม่เป็นไร! ข้ามีปัญหาในการฝึกบำเพ็ญเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าขอตัวลาก่อน” อินรั่วเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
ภิกษุรูปนั้นกล่าวว่า “โอรสศักดิ์สิทธิ์รู้ว่าทางด้านหัวหน้าหอมู่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นจึงได้รีบมาที่นี่ เจ้าอย่าได้กล่าวโทษโอรสศักดิ์สิทธิ์เลย”
“เฮ้อ! พวกวัยหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้านี่นะ!” เขากล่าวด้วยความทอดถอนใจ
“กลับไปถึงก็เอายาพวกนี้ให้เจ้าหมอนี่กินด้วยล่ะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ขอบใจมาก!”
อินรั่วเฉินมาเร็วและไปเร็วมาก!
เซียวเหยากล่าว “นายท่าน ภิกษุรูปนั้นกล่าวถูก! แม้ว่าข้าไม่อยากจะยอมรับ แต่กู้ไป๋อีนั้นแข็งแกร่งมากจริง ๆ! ความแข็งแกร่งของเขาไม่ใช่ได้มาจากกระบี่ของเขา แต่มาจากจิตใจอันแข็งแกร่งของผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาต่างหาก”
มู่เฉียนซีหันไปมองเหลิ่งหนิงจือพลางกล่าวว่า “เจ้าอยู่ในแดนซวนเทียน เจ้ารู้หรือไม่ว่าฮ่องเต้และฮองเฮาแห่งราชวงศ์เป่ยกงคือใคร?”
ก่อนหน้านี้เป่ยกงจั๋วได้กล่าวถึงเสด็จแม่ของเขาข