ความทรงจำของมังกรเพลิงถูกพิฆาตวิญญาณลบล้างไป จากนั้นมังกรเพลิงก็เป็นลมหมดสติไป
ตุบ! พิฆาตวิญญาณโยนกระบี่มังกรเพลิงไว้ข้าง ๆ เขาก้มหน้าลง ก่อนจะใช้นิ้วมืออันเรียวยาวนั้นลูบไล้ผิวหน้าของมู่เฉียนซีอย่างแผ่วเบา
“แมวน้อย ประเดี๋ยวเราจะได้เจอกันแล้ว! รอให้ข้าพ้นจากการควบคุมของพระผู้นี้ แล้วข้าจะไปสนุกกับเจ้า! หลังจากนั้นเจ้าก็จะได้มาเป็นทาสกระบี่ที่ข้าสนใจมากที่สุด”
ในขณะที่กล่าวนั้น ดวงตาอันกระหายเลือดคู่นั้นพลันกลายเป็นสีดำมืดมิดแวววาวขึ้น
สัมผัสของผิวที่บอบบางดั่งหยกจากปลายนิ้วนั้นทำให้นิ้วของอินรั่วเฉินสั่นเทา
และในตอนนี้เอง มู่เฉียนซีก็ลืมตาขึ้นมาแล้ว ดวงตาคู่งามจ้องมองอินรั่วเฉินที่อยู่ตรงหน้า
“อินรั่วเฉิน!”
เมื่อได้ยินเสียงของมู่เฉียนซี อินรั่วเฉินก็รู้สึกใบหูร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนที่จะเกิดความรู้สึกสำนึกผิดขึ้นเล็กน้อย
เขารีบดึงมือออก ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “แม่นางมู่ ข้าก็แค่จะดูว่าเจ้าฟื้นหรือยัง เจ้าฟื้นขึ้นมาแล้วก็ดี เยี่ยเฉียถูกกำจัดแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความรู้สึกสงสัยว่า “เยี่ยเฉียถูกข้ากำจัดได้แล้วอย่างนั้นเหรอ ข้าเก่งกาจปานนั้นตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
“เยี่ยเฉียเข้าร่างของเจ้า ต้องการจะครอบครองร่างของเจ้าเพื่อกลืนกินวิญญาณเจ้า แต่วิญญาณลิขิตสวรรค์เขาจะกลืนกินได้ง่าย ๆ ได้อย่างไรกันเล่า” อินรั่วเฉินกล่าว
“เมื่อครู่นี้ ข้าสัมผัสได้ว่าข้าเอาชนะพลังจิตนั่นได้”
นางเอาช