มู่เฉียนซีที่ยังมีสติสัมปชัญญะดีอยู่ในตอนนี้ ไม่มีทางให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นแน่นอน
มู่เฉียนซีจับกริชเล่มนั้นเอาไว้ ทำให้คมกริชนั้นกรีดโดนมือนาง
เลือดสีแดงสดของมู่เฉียนซีหยดลงต่อหน้าอินรั่วเฉิน
หลังยื้อยุดกริชกันเล็กน้อย หยดเลือดบางส่วนก็กระเด็นเข้าไปในปากของอินรั่วเฉิน โอรสศักดิ์สิทธิ์ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องที่ได้ลิ้มรสเลือดของมู่เฉียนซีแล้วจึงกล่าวขึ้นว่า “ช่างเป็นเลือดที่หอมหวานยิ่งนัก”
“ข้าชอบมาก!”
ดวงตาคู่นั้นยังคงชัดเจน แต่เห็นแล้วกลับรู้สึกน่าขนลุก
มู่เฉียนซีกล่าว “อินรั่วเฉิน เจ้าตั้งสติหน่อยสิ”
อินรั่วเฉินคว้ามือมู่เฉียนซี ต้องการดูดเลือดที่มือของนางต่อ
ฉึก ๆ ๆ! เข็มยาหลายเข็มปักลงบนร่างของอินรั่วเฉินอย่างไร้ความปรานี
ตุบ! ร่างของอินรั่วเฉินล้มลงไปนอนกับพื้นทันที
มู่เฉียนซีกำลังขบคิดถึงอาการของอินรั่วเฉิน เยี่ยเฉียก็กล่าวแทรกขึ้นมาว่า “เจ้าไม่ได้ตกอยู่ในภาพลวงตา มันให้ข้ารู้สึกแปลกใจมากจริง ๆ แต่เจ้าช่วยเขาไม่ได้หรอกนะ”
“เด็กน้อยผู้น่าสงสารผู้นี้ ตั้งแต่เกิดมาก็ถูกขังให้อยู่ในที่แห่งนี้ นับได้ว่าเขาคุ้นเคยกับข้าที่สุดแล้ว ข้ารู้ว่าจุดอ่อนของเขาคือสิ่งใด”
“ตราบใดที่จับจุดอ่อนนี้ได้ ไม่ว่าเขาจะไร้ข้อบกพร่อง ไร้ที่ติมากเพียงใด เขาก็ถูกกำหนดให้เป็นหุ่นเชิดของข้าอยู่ดี”
มู่เฉียนซีกล่าว “มันก็ไม่แน่หรอก ตอนนี้เจ้าทำได้แค่ใช้พลังจิตโจมตีก็เท่านั้น และดูเหมือนว่าพลังจิตของเจ้าจะทำอะไ