้นี้ด้วยความระแวดระวัง เป่ยกงจั๋วพายอดฝีมือผู้แข็งแกร่งลงมาที่ดินแดนสี่ทิศมากมาย ตอนนี้ก็เหลือเพียงเท่านี้แล้ว ช่างน่าเวทนายิ่งนัก!
พระภิกษุผู้นี้ยิ้มพลางกล่าวว่า “องค์รัชทายาทเป่ยกง ข้าไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับมู่เฉียนซี ข้าอยู่ฝ่ายเดียวกับท่าน ท่านต้องการกำจัดมู่เฉียนซี ส่วนข้าต้องการกำจัดอินรั่วเฉิน ข้าว่าเราร่วมมือกันได้”
เป่ยกงจั๋วกล่าว “เจ้าคือปรมาจารย์แห่งแคว้นเทพฟ้านอิน”
แม้ว่าเป่ยกงจั๋วจะมาอยู่ในดินแดนสี่ทิศได้ไม่นาน แต่ด้วยความเคยชินกับกองกำลังใหญ่ ๆ เขาก็เข้าใจในกองกำลังต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะต้องเข้าใจก่อนถึงจะควบคุมได้
เนื่องจากปรมาจารย์แห่งแคว้นได้สมรู้ร่วมคิดกับเผ่าวิญญาณร้าย จึงถูกหัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินและโอรสศักดิ์สิทธิ์ตามไล่ล่า จึงไร้ที่ไป
นึกไม่ถึงเลยว่าจะมาหาเขาเพื่อหาพวก
เป่ยกงจั๋วกล่าวเย้ยหยันว่า “ตอนนี้เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับสุนัขที่ไร้เจ้าของ คนของเจ้าถูกโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินกำจัดไปจนสิ้นแล้ว เจ้ามีความสามารถและมีค่าอันใดจะมาร่วมมือกับคนอย่างข้า?”
เป่ยกงจั๋วก็เหมือนกับกู้ไป๋อี เกรงกลัวอินรั่วเฉิน
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นั้นเป็นพระภิกษุผู้ออกบวชรูปหนึ่ง แต่กลับแข็งแกร่งอย่างวิปริต วิธีการของเขาก็รุนแรงและเฉียบขาดมากเช่นกัน
เผ่าวิญญาณร้ายวางหมากอย่างลับ ๆ มานานหลายปีถึงเพียงนั้น แต่อินรั่วเฉินใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วันขุดรากถอนโคนออกมาจนหมดสิ้น มีเพียงแค่ปรมาจารย์แห