นัก! รู้จักเขามานานหลายปีแล้ว ข้าไม่เคยเห็นเขาฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้มาก่อนเลยจริง ๆ”
มู่เฉียนซีกล่าว “แน่นอนอยู่แล้ว อย่างไรเสีย เขาก็เป็นคนที่ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง”
น่าหลานอวี้ยิ้ม นี่ไม่ใช่เหตุผลสำคัญสักหน่อย!
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก นางชื่อลั่วเหมี่ยว”
จากนั้นก็ชี้ไปที่จวินโม่ซีและกล่าวแนะนำว่า “ลั่วเหมี่ยว ผู้ที่กินจนอ้วนผู้นี้ชื่อจวินโม่ซี นอกจากปรุงยาแล้ว เขาก็กินอย่างเดียว”
จวินโม่ซีกล่าวท้วงขึ้นว่า “สาวน้อย เจ้าพูดให้ดี ๆ นะ ข้าอ้วนตรงไหน! ข้าหิวโหยจนซูบผอมไปแล้วเจ้าไม่เห็นหรืออย่างไร?”
ลั่วเหมี่ยวกล่าวอย่างเชื่อฟังว่า “สวัสดีท่านพี่จวินโม่ซี!”
มู่เฉียนซีไม่อยากจะฟังจวินโม่ซีพูดพร่ำรำพัน นางจึงกล่าวต่อว่า “ส่วนพี่ชายหน้าตาหล่อเหลาผู้นั้นชื่อเยวี่ยเจ๋อ คนนั้นชื่อเซียวเหยา คนนี้ชื่อเย่เฉิน โม่จิ่น ส่วนคนที่หน้าตาดูเจ้าเล่ห์ผู้นั้นชื่อน่าหลานอวี้”
หลังจากลั่วเหมี่ยวกล่าวทักทายทุกคนอย่างสุภาพแล้ว
มู่เฉียนซีจึงกล่าวต่อ “แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของลั่วเหมี่ยวจะดูอายุสิบห้าสิบหกปี แต่ความจริงแล้วความคิดของนางเป็นเพียงแค่เด็กหกเจ็ดขวบเท่านั้น อย่าให้ใครมารังแกนางได้ล่ะ”
ต่อมา แต่ละคนต่างก็พากันเข้ามารายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในดินแดนสี่ทิศในช่วงเวลาที่ผ่านมาให้มู่เฉียนซีฟัง
เย่เฉินกล่าว “ตอนนี้คนของพวกเราฝึกบำเพ็ญจนพลังถึงระดับสูงสุดจำนวนสามสิบคนแล้ว!”
น่าห