าเป่ยกงจั๋วแล้ว จึงหันไปทางอื่นก่อนจะกล่าวออกมาว่า “เหตุใดข้าจะต้องเปรียบเทียบกับเจ้าด้วย”
เป่ยกงจั๋วเห็นสีหน้าท่าทางกู้ไป๋อีเช่นนี้ก็กัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ต้องมีสักวัน ข้าจะทำให้เจ้าคุกเข่าลงต่อหน้าข้า และขอร้องอ้อนวอนข้าให้ได้ ข้าจะทำให้เจ้าอิจฉาข้าในทุก ๆ เรื่อง หาน!” เป่ยกงจั๋วกล่าว
เขาเกลียดชังท่าทางเช่นนี้ของเป่ยกงหานมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรสีหน้าของเขาก็ยังคงไร้ซึ่งอารมณ์และความรู้สึกอยู่ดี
ดูเหมือนว่าต่อให้เขาได้ครอบครองทุกอย่าง แต่ในสายตาของเป่ยกงหานเขาก็ไม่ได้มีความสำคัญอันใดเลยแม้แต่น้อย
ณ ลานกว้างของตำหนักเป่ยหาน ในวันนี้จะจัดการกับคนที่กล้าปลอมตัวเป็นหัวหน้าตำหนักเป่ยหานที่มาลอบสังหารหัวหน้าตำหนักเป่ยหาน เมื่อได้เห็นร่างที่ถูกมัดอยู่กลางลานนั้นเข้า คนจำนวนมากต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น
นั่นมัน…นั่นมันไม่ใช่ท่านหัวหน้าตำหนักหรอกเหรอ
แต่เมื่อร่างในชุดขาวร่างหนึ่งปรากฏขึ้น แถมคนผู้นั้นยังมีพลังกดขี่ข่มเหงอันแข็งแกร่ง และมีความน่าเกรงขาม เช่นนั้นเขาก็คือท่านหัวหน้าตำหนัก!
หลังจากที่เห็นคนสองคนนี้แล้ว คนจำนวนมากต่างตกตะลึงพรึงเพริดนิ่งอึ้งไป!
“ท่านหัวหน้าตำหนัก ในเมื่อจับตัวคนผู้นั้นได้แล้ว เหตุใดถึงไม่ทำให้เขากลับไปหน้าเดิมล่ะขอรับ เขามีสิทธิ์อันใดมาใช้หน้าตาเช่นนี้ของท่านหัวหน้าตำหนักด้วย”
กู้ไป๋อีไม่ได้ปลอมตัวแต่อย่างใด เขาเกิดก่อน และควรจะกล่าวว่าเป่ยกงจั๋วต่างหากที