ตราบใดที่เยี่ยเฉียไม่ได้เป็นคนลงมือเอง ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา
หลังจากที่จัดการกับดวงวิญญาณเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว มังกรเพลิงก็ดูสง่างามและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น
อย่างไรเสีย เมื่อครู่ก็ได้ให้อาถิงแสดงพลังอำนาจไปแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวของมังกรเพลิงบ้างแล้ว
มังกรเพลิงไม่ค่อยสุขใจนัก หากมีพิฆาตวิญญาณอยู่ มันก็จะแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ และนายท่านก็จะไม่ถูกเจ้าหมอนั่นรังแกเช่นนี้
ตูม ปัง ปัง!
ในชั้นหนึ่ง วิญญาณเหล่านี้ไม่สามารถทำอะไรมู่เฉียนซีได้
และตอนนี้ลั่วเหมี่ยวก็เติบโตขึ้นแล้ว พลังถึงขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้มู่เฉียนซีปกป้องอีกต่อไปแล้ว อีกทั้งนางยังสามารถร่วมมือกับมู่เฉียนซีต่อสู้กับศัตรูได้อีกด้วย
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง!
ในขณะที่มู่เฉียนซีกับลั่วเหมี่ยวกำลังจัดการวิญญาณเหล่านี้ จู่ ๆ นางก็รู้สึกได้ว่ามีร่างสีดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้น
สีหน้าของลั่วเหมี่ยวพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย มู่เฉียนซีอุทานเสียงต่ำขึ้นมาว่า “ปีศาจโลหิต!”
ปีศาจโลหิตกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “กลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่มีทาง”
“เช่นนั้นเจ้าก็ต้องตาย!” ปีศาจโลหิตข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
กล่าวจบ ปีศาจโลหิตก็กวัดแกว่งมีดเล่มใหญ่เล่มนั้นของเขาไปมา คมมีดพุ่งตัดผ่านอากาศมุ่งเป้าไปที่มู่เฉียนซี
“พี่สาวมู่!” ลั่วเหมี่ยวตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
อย่างไรเสีย ปีศาจโลหิตก็ติดตามพวกนางที่ชั้นสี่อยู่เป็นเว