่าปิดปากข้าอย่างนั้นเหรอ?” มู่เฉียนซีชักกระบี่มังกรเพลิงออกมา มองคนผู้นี้ด้วยความระมัดระวัง
แอบซ่อนตัวนานถึงเพียงนี้กว่าจะลงมือ เขาคิดจะทำสิ่งใดอยู่กันแน่
“หลายปีที่ผ่านมานี้ นอกจากจักรพรรดินีน้อยแล้ว ข้าก็เจอเพียงแค่เจ้าคนเดียวนี่ล่ะ ช่างน่าเบื่อหน่ายซะจริง ๆ เลย!”
“เจ้าทำอาหารได้ เล่นหมากรุกเป็นเพื่อนข้าได้ เดิมทีข้าก็อยากจะให้เจ้าอยู่กับข้านานอีกสักหน่อย รอให้จักรพรรดินีน้อยได้เติบโต เพียงแต่ว่า…”
ดวงตาอันชั่วร้ายคู่นั้นของเยี่ยเฉียจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี “วิญญาณของเจ้ามันช่างเย้ายวนและดึงดูดข้าอยู่ตลอดเวลา และการที่ข้าอดทนมาได้ถึงวันนี้ มันก็ถึงขีดจำกัดของข้าแล้ว”
“ฮ่า ๆ ๆ! วิญญาณลิขิตสวรรค์ นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าข้าจะได้เจอกับวิญญาณลิขิตสวรรค์ ครานั้นจักรพรรดิเทพดอกบัวเงินครามได้ปิดผนึกข้าไว้ที่แห่งนี้ เขาคงจะคิดไม่ถึงเป็นแน่แท้ว่าวิญญาณลิขิตสวรรค์จะมาปรากฏตัวอยู่ในที่แห่งนี้”
“มีวิญญาณลิขิตสวรรค์ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องทำอย่างอื่นแล้ว ขอเพียงแค่ข้าได้หลอมรวมกับวิญญาณของเจ้า ผนึกบัดซบนี่ก็ขวางข้าไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
สีหน้าของเยี่ยเฉียเผยรอยยิ้มลำพองใจอันบ้าคลั่งออกมา
มู่เฉียนซีได้ยินสิ่งที่เขาพูดก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น วิญญาณลิขิตสวรรค์!
เยี่ยเฉียยิ้มพลางกล่าวว่า “ผู้คุมวิญญาณลิขิตสวรรค์ ช่างน่าสงสารยิ่งนัก ยังไม่ทันได้เติบโตอย่างสมบูรณ์ ก็ต้องดับสูญเสียแล้ว”
“แต่เจ้าวางใจได้ เจ้าช่ว