้าก็เลือกที่นี่ เข้ามาเถอะ!”
ครืน ตูม! ประตูวังที่ถูกปิดสนิทมาเนิ่นนาน ในตอนนี้ก็ได้เปิดออกแล้ว
มู่เฉียนซีจูงมือลั่วเหมี่ยวเดินเข้าไป ส่วนปีศาจโลหิตที่คอยปกป้องคุ้มกันพวกนางมาตลอดทาง ตอนนี้กลับทำได้เพียงแค่ยืนอยู่ด้านนอก
เดิมทีแล้วที่แห่งนี้พวกเขาไม่มีสิทธิ์เข้าไป
วังแห่งนี้ใหญ่โตมโหฬารยิ่งกว่าเมืองเมืองหนึ่งเสียอีก แต่ลั่วเหมี่ยวมีความทรงจำอันเลือนราง นางเดินทางมาถึงตรงนี้ได้เพราะความรู้สึกและสัญชาตญาณของนาง
มู่เฉียนซีเงยหน้าขึ้นมองยอดเขาของวังที่ถูกห่อหุ้มอยู่ในม่านหมอก มองไม่เห็นยอดเขาเลยแม้แต่น้อย
ส่วนทางที่ลั่วเหมี่ยวนำไปนั้นก็คือทางเดินที่ไปตรงนั้นนั่นเอง
ยิ่งเข้าใกล้ใจกลางมากเท่าใด กลิ่นหอมของดอกบัวก็ยิ่งหอมเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้น
เพิ่งจะเดินมาถึงครึ่งทาง นางก็ได้ยินเสียงก้าวเท้าดังขึ้น และคนผู้นั้นก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกนาง
ใบหน้ารูปงามนั้นปรากฏรอยยิ้มขึ้น “กลิ่นหอมนี้ เจ้าชอบหรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ก็ไม่เลวนะ!”
“วังแห่งนี้คือวังดอกบัวเงินคราม” เขามองไปที่ดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ดุจดั่งวารีคู่นั้นของลั่วเหมี่ยวพลางกล่าว
ลั่วเหมี่ยวตกใจสะดุ้งเล็กน้อย ความรู้สึกคุ้นเคยก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ
“แม่นางน้อย เจ้าเรียกข้าว่าเยี่ยเฉียก็ได้” เขากล่าวกับมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?”
“ข้าน่ะเหรอ! ก็ข้าอยู่ที่นี่มาโดยตลอด!” เยี่ยเฉียกล่าว
“หากอยากรู้ตัวตนของ