ตอนนี้ก็หลงเหลือวิญญาณอยู่เพียงแค่กะปริบกะปรอยแล้วเท่านั้น
พวกมันต้องการหนีไปจากแหล่งซ่องสุมนี้ แต่ก็ไร้หนทางให้หนี
ทำได้เพียงแค่รอความตายเท่านั้น!
และเมื่อกลืนกินวิญญาณในแหล่งซ่องสุมนี้จนหมดสิ้น มู่เฉียนซีก็พบว่าพลังจิตของนางเพิ่มขึ้นมามากทีเดียว
มู่เฉียนซีกล่าว “เรียบร้อยแล้ว เราไปกันเถอะ!”
แหล่งซ่องสุมอันดำมืดแห่งนี้ ทางออกมันอยู่ที่ใดกัน?
และเมื่อหาทางออกเจอ ทันทีที่พวกนางทั้งสองเดินออกมาก็พบกับสถานที่แห่งหนึ่งที่เย็นยะเยือกเป็นอย่างยิ่ง ชั่วพริบตาเดียวก็รับรู้ได้ว่าสถานที่แห่งนี้ช่างแตกต่างไปจากชั้นสองก่อนหน้านี้มาก
ลั่วเหมี่ยวกระพริบตาปริบ ๆ พลางกล่าว “พี่สาวมู่ ขะ ข้า ข้ารู้สึกคุ้นเคยกับที่นี่มาก”
หนาวเหน็บ มืดมิด…นึกไม่ถึงเลยว่าสถานที่เช่นนี้ลั่วเหมี่ยวจะเกิดความรู้สึกคุ้นเคย สิ่งนี้กลับทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกประหลาดใจมาก
“ระวังตัวด้วย!”
เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด หลังจากสิ้นเสียงของบางอย่างพุ่งตัดผ่านอากาศเข้ามา เงาร่างร่างหนึ่งพุ่งเข้าหามู่เฉียนซีอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
มันไม่ใช่เงาโปร่งแสง และไม่ใช่วิญญาณสีเทา แต่เป็นเสมือนร่างมนุษย์คนหนึ่งเลย
ทว่า ดวงตาที่ดูว่างเปล่าคู่นั้นทำให้มู่เฉียนซีรู้ว่านี่ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเพียงแค่วิญญาณดวงหนึ่งเท่านั้น
ขวับ! มู่เฉียนซีหลบหลีก วิญญาณดวงนี้แลบลิ้นเลียปากก่อนจะกล่าวออกมาว่า “นึกไม่ถึงเลยว่าแม่นางน้อยผู้น่ารักทั้งสองจะมาถึง