ำเรื่องเช่นนี้” ลั่วอี้โจวกล่าวด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชัง
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้ามีนามว่ามู่เฉียนซี! ไม่ทราบว่าเจ้าชื่อแซ่ว่าอันใด?”
ลั่วอี้โจวกล่าว “ข้า ลั่วอี้โจว เป็นหัวหน้าเกาะเมฆา เหมี่ยวเอ๋อร์เรียกเจ้าว่าพี่สาว เช่นนั้นเจ้าก็เรียกข้าว่าท่านลุงลั่วก็ได้”
มู่เฉียนซีกล่าว “หัวหน้าเกาะลั่ว! สวัสดี!”
ลั่วอี้โจวยิ้มพลางกล่าวว่า “ไม่ทราบว่าเจ้าพร้อมจะเดินทางไปกับข้าเมื่อไหร่?”
“รอข้าเก็บของเสร็จก็เดินทางได้!”
“ตกลง!”
เมื่อลั่วเหมี่ยวรู้ว่ามู่เฉียนซีจะไปอยู่กับนางที่เกาะเมฆาด้วย นางก็ดีอกดีใจเป็นอย่างยิ่ง!
“พี่สาวมู่จะไปอยู่กับข้าที่เกาะเมฆาด้วย เช่นนี้ข้าก็ไม่ต้องแยกกับท่านพ่อกับพี่สาวมู่แล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “ใช่แล้ว! รอให้ข้าไปถึงบ้านเสี่ยวเหมี่ยว คงต้องรบกวนเสี่ยวเหมี่ยวดูแลข้าด้วยล่ะ”
ลั่วเหมี่ยวพยักหน้าอย่างตั้งใจ “แน่นอนอยู่แล้ว!”
ที่มู่เฉียนซีบอกว่าเก็บของนั้น ความจริงแล้วนางไม่มีของให้ต้องเก็บแต่อย่างใด แต่นางไปหาซัวเฉียงและพูดคุยกับซัวเฉียงเล็ก ๆ น้อย ๆ
ไม่นานนัก พวกเขาก็ออกเดินทาง
เรือที่เกาะเมฆาจัดเตรียมมานั้นเป็นกลไกวิญญาณ เป็นเรือที่งดงามและประณีตเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีการป้องกันความปลอดภัยที่แข็งแกร่งมากด้วย
“เรือช่างใหญ่ยิ่งนัก!”
ลั่วเหมี่ยวแปลกใจกับทุกอย่าง ลั่วอี้โจวกล่าว “เหมี่ยวเอ๋อร์ชอบ รอกลับไปถึงพ่อจะมอบเรือให้เจ้าลำนึง”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าไม่อยากรบกวนท่า