้าชื่อลั่วเหมี่ยวเจ้าค่ะ” เด็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วดูน่ารักยิ่งนัก
“เสี่ยวเหมี่ยว เจ้ายินยอมจะไปอยู่กับข้าหรือไม่?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“พี่สาวใจดีกับข้ามาก ข้าอยากอยู่กับพี่สาว” ดวงตาสีฟ้าอ่อนสดใสดุจดั่งวารีคู่นั้นมองมู่เฉียนซีด้วยความจริงใจ
มู่เฉียนซีอดที่จะเข้าไปลูบผมสีฟ้าอ่อนของนางที่เหมือนกับสุ่ยจิงอิ๋งไม่ได้ มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าก็คิดผิดแล้วล่ะ ข้าไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เจ้าคิดนะ!”
ลั่วเหมี่ยวกล่าว “พี่สาวเป็นคนดี ข้ารู้”
ในตอนนี้เอง จิ่วเยี่ยก็คว้ามือมู่เฉียนซีเอาไว้
การปรากฏตัวของคนชุดดำอย่างกะทันหันนั้น ทำให้ลั่วเหมี่ยวรู้สึกหวาดกลัวมาก สัญชาตญาณของนางบอกว่าพี่ชายผู้นี้อันตรายเหลือเกิน
จิ่วเยี่ยกล่าว “ซี เราไปกันเถอะ!”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “อืม ไปกันเถอะ!”
“เจ้าว่าอะไรนะ เจ้าเด็กสามหาวนั่นมีกำลังจ่ายได้จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ”
“นายท่าน จริงแท้แน่นอนขอรับ!”
“ดูท่าหญิงสาวผู้นั้นต้องเป็นคนที่สูงส่งเป็นแน่! แต่เด็กน้อยผู้นั้นข้าไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด รอให้พวกมันออกไปจากเกาะทรายขาวเสียก่อน เราค่อยลอบโจมตีพวกมันกลางทะเล”
“ขอรับ!”
ซัวเฉียงที่กำลังตกใจไม่หายอยู่ตอนนี้นำทางพามู่เฉียนซีขึ้นเรือ และเดินทางออกจากเกาะทรายขาวแล้ว
ลั่วเหมี่ยวแปลกใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาก มู่เฉียนซีกำลังสอบถามถึงเรื่องราวของนาง
“เสี่ยวเหมี่ยว เจ้าถูกจับไปอยู่