ะลึงพรึงเพริดจนนิ่งอึ้งไป
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะแย่งประมูลชนะผู้ประมูลมาได้ทั้งหมด ขูดรีดสมุนไพรวิญญาณมาได้ทั้งหมด แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน เนื่องจากมีจิ่วเยี่ยคอยช่วยอยู่นั่นเอง
คนอื่น ๆ ต่างก็สงสัยถึงสถานะตัวตนของพวกเขาแล้วเช่นกัน “ผู้ประมูลห้องหมายเลขเจ็ดนั่นก็โหดร้ายเกินไปแล้วกระมัง! เสนอราคาสูงลิ่วบ้าคลั่งราวกับไม่ใช่คน สมุนไพรวิญญาณมากมายถึงเพียงนั้นประมูลไปได้ภายในชั่วพริบตาเดียว”
“นางคิดว่านางมีเงินทองมากมายราวกับเม็ดทรายในเกาะทรายขาวกระมัง ถึงได้ใช้จ่ายมือเติบเช่นนั้นได้”
“……”
ผู้ที่เข้าร่วมประมูลเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเศรษฐีมีเงินทั้งสิ้น แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นคนที่ใช้จ่ายมือเติบมากกว่าพวกเขาเช่นนี้
“เฮ้อ! มาเจอคนวิปริตเช่นนี้ สมุนไพรวิญญาณที่ข้าอยากได้ก็ปลิวหายไปต่อหน้าต่อตาซะแล้ว!”
“สมุนไพรอันล้ำค่า ตอนนี้ข้าไม่กล้าคิดอยากได้แล้วล่ะ กลัวจะเจ็บปวดใจ อย่างไรเสียก็ประมูลมาไม่ได้อยู่ดี”
“……”
หลังจากการประมูลสมุนไพรวิญญาณจบสิ้นลง ของอย่างอื่นมู่เฉียนซีก็ไม่ได้สนใจแล้ว ผู้ประมูลคนอื่น ๆ ต่างก็โล่งอกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
โชคดีที่คนโหดเหี้ยมผู้นั้นสนใจแค่สมุนไพรวิญญาณ ของล้ำค่าอย่างอื่น พวกเขายังมีโอกาสประมูลมาได้บ้าง
เมื่อการประมูลมาถึงช่วงสุดท้าย มู่เฉียนซีก็ซบอกจิ่วเยี่ยนอนพักไปครู่หนึ่ง และในตอนนี้เองพิธีกรก็ประกาศขึ้นว่า “คราวนี้ เราจะมาประมูลของชิ้นสุดท้ายในการประมูลครั้ง