เขาตะโกนขึ้นว่า “องค์รัชทายาท ช่วยด้วย!”
เป่ยกงจั๋วหันไปมองจึงเห็นว่าจั๋วจิ่วถูกเปลวไฟอันแดงฉานนั้นกำลังกลืนกินเข้าไป สุดท้ายก็ไม่เหลือแม้แต่ซาก
และสิ่งที่ไม่อยากจะเชื่อไปมากกว่านั้นก็คือ คนที่ลงมือก็คือมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีที่มีพลังวิญญาณเพียงแค่ขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าเท่านั้น
และยังไม่จบเพียงเท่านี้!
“องค์รัชทายาท ช่วยด้วย!”
ภายใต้การกดดันที่ใกล้เข้ามาทีละย่างก้าวของชิงอิ่ง จั๋วปาก็ต้านเอาไว้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน
ฉึก!
“สวะไร้ประโยชน์!”
สีหน้าของเป่ยกงจั๋วย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ
จื่อโยวยิ้มพลางกล่าวว่า “คนของเจ้ามันเป็นสวะไร้ประโยชน์ แต่ความจริงแล้ว คนที่เป็นสวะไร้ประโยชน์ยิ่งกว่า ก็คือเจ้า”
จื่อโยวลงมืออย่างโหดร้าย เป่ยกงจั๋วตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น “ท่านจื่อโยว ท่านเป็นคนบีบบังคับข้าเองนะ ไม่ว่ายังไง ข้าก็จะเอาของมาจากมู่เฉียนซีให้ได้”
“ข้าก็อยากจะรู้นัก ว่าเจ้าจะมีความสามารถสักเพียงใด!”
ความหนาวเหน็บอันน่าสะพรึงกลัวทำให้บริเวณรอบ ๆ ก่อตัวเป็นน้ำแข็ง
“น้ำแข็งหนาวเหน็บ สวรรค์มิอาจต้าน!”
ดวงตาของจื่อโยวหรี่ลงเล็กน้อยและแฝงไปด้วยอันตราย “หึ ๆ ๆ! ต้องลงทุนถึงเพียงนี้เลยอย่างนั้นเหรอ”
พลังอันแข็งแกร่งโจมตีมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันหายใจอย่างกระหืดกระหอบ
ชิงอิ่งยืนตรงหน้ามู่เฉียนซีพลางกล่าวถามว่า “เฉียน ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!”
พรวด พรวด พรวด!
คนอื่นทนไม่ไหวแล้ว ต่างพ