มู่เฉียนซีผลักประตูน้ำแข็งบานนี้ออก
ทว่า มันกลับเปิดไม่ออก
นางโคจรพลังวิญญาณเพื่อที่จะเปิดมัน จู่ ๆ ประตูบานนี้กลับฝ่าฝืนคำต้องห้าม
พลังอันน่าสะพรึงกลัวพัดกระโชกพุ่งเข้าหามู่เฉียนซี ชิงอิ่งสีหน้าพลันเปลี่ยนไปด้วยความตกใจและรีบพรวดออกไป
คนผู้นั้นก็พรวดออกไปอย่างไม่คิดเสียดายชีวิตเช่นกัน เขาหัวเราะขึ้น “ฮ่า ๆ ๆ! ตายไปพร้อม ๆ กับข้าเสียเถอะ! ตรงนี้มีพลังต้องห้ามที่ฝ่าบาททำเอาไว้ นอกจากฝ่าบาทแล้วก็ไม่มีใครเปิดได้ ผู้ใดเปิด คนผู้นั้นจะต้องตาย!”
พรวด!
ร่างของเขาถูกพลังนั้นฉีกกระชากจนแตกสลายเป็นชิ้น ๆ เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาอย่างน่าสังเวช
ความตายก็เป็นการหลุดพ้นเช่นกัน และยังดีกว่าการทรมานอย่างตายทั้งเป็นด้วยพิษอีกด้วย
ส่วนชิงอิ่งนั้นช้าไปก้าวหนึ่ง แต่ก็ยังมีสุ่ยจิงอิ๋งคอยช่วยอยู่
การโจมตีที่อันตรายถึงแก่ชีวิตนี้ถูกลำแสงสีฟ้าอ่อนของสุ่ยจิงอิ๋งต้านทานเอาไว้ได้ มู่เฉียนซีรีบถอยหลังออกห่างจากประตูนั้น
เสียง ตูม! ดังสนั่นขึ้น และวังใต้ดินก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
หลังจากที่การสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวนี้สงบลง มู่เฉียนซีก็หน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้นทันใด
“นึกไม่ถึงเลยว่าเป่ยกงจั๋วจะระมัดระวังถึงเพียงนี้!”
หากไม่ใช่เพราะว่านางมีผู้พิทักษ์นิรันดร์อยู่แล้วละก็ นางไม่อาจรู้ได้เลยว่าตนเองจะต้องตายเช่นไร
“พลังนี้ต้องเป็นพลังของเป่ยกงจั๋วแน่นอน และเสี่ยวไป๋ก็ต้องอยู่ในนี้เป็นแน่”
กว่าจะมาถึงที่น