เร็วของมู่เฉียนซีนั้นน่าทึ่งมาก นางพุ่งไปที่เป่ยกงจั๋ว และนี่จึงเรียกว่าเป็นการจัดการผู้เป็นหัวหน้าศึกเสียก่อนอย่างแท้จริง
เป่ยกงจั๋วยิ้มพลางกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ อยากเอาชนะข้าอย่างนั้นเหรอ ความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้ของเจ้ามันยังไม่พอหรอกนะ!”
หน้าตาเหมือนกับกู้ไป๋อี ยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่นัยน์ตากลับเยือกเย็นยิ่งนัก
หญิงสาวที่ไม่รู้จักปฏิบัติตัวผู้นี้ จะต้องถูกสั่งสอนให้เห็นดีสักหน่อยแล้ว
มีดเล่มหนึ่งพุ่งไปที่มู่เฉียนซี พลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้บรรยากาศบริเวณโดยรอบพลันหนาวเหน็บ
“โล่วิญญาณน้ำแข็ง!”
พลังของทั้งสองฝ่ายนั้นห่างชั้นกันมาก มู่เฉียนซีจึงทำได้เพียงแค่ป้องกันเท่านั้น
“โล่วิญญาณน้ำแข็ง!”
ฉ่า ๆ ๆ! ภายในชั่วพริบตาเดียวโล่วิญญาณน้ำแข็งก็ได้แตกกระจายลง ร่างของมู่เฉียนซีกระเด็นลอยออกไป
นางรู้สึกราวกับมีของคาวอยู่ในลำคอ และเลือดสีแดงสดก็ไหลออกจากมุมปากของนาง
เมื่อเห็นมู่เฉียนซีบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ เป่ยกงจั๋วก็กล่าวออกมาอย่างทอดถอนใจว่า “ซีเอ๋อร์ เหตุใดถึงต้องยอมเจ็บตัวเช่นนี้ด้วยนะ! เพียงแค่เจ้าตอบตกลงยอมเป็นสนมขององค์รัชทายาทอย่างข้า ต่อไปไม่ว่าเจ้าจะต้องการหรือปรารถนาสิ่งใดเจ้าก็จะได้ เหตุใดต้องดื้อรั้นตั้งตนเป็นศัตรูกับข้าด้วย!”
“ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้าจริง ๆ นะ!”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความรังเกียจว่า “เป่ยกงจั๋ว เจ้าอย่าได้ทำตัวน่ารังเกียจไปมากกว่านี้เลย”
“บัวแดงพิฆาต!”
ทันทีที่กระบี่มั