หน้าแคว้นและกล่าวว่า “เจ้ารั่วเฉินยังเด็ก เขาเป็นเช่นไรเจ้าเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ตำแหน่งโอรสศักดิ์สิทธิ์นี้ เขาควรจะลงจากตำแหน่งได้แล้ว”
หัวหน้าแคว้นกล่าว “หลายปีที่ผ่านมานี้ รั่วเฉินในฐานะที่เป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่เคยกระทำเรื่องที่ผิดมาก่อน เขารวบรวมพลังแห่งความเชื่อความศรัทธาแห่งธรรม ทำให้พสกนิกรแคว้นเทพฟ้านอินอยู่เย็นเป็นสุขมาโดยตลอด เขาเหมาะสมที่จะเป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นเทพฟ้านอินของข้าที่แท้จริง”
“ใช่! เขาเป็นคนที่เหมาะสมอย่างแท้จริง!”
“ในแคว้นเทพฟ้านอินไม่มีผู้ใดเหมาะสมที่จะเป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์ไปมากกว่าเขาแล้ว”
“……”
กลุ่มคนจำนวนมากต่างเห็นด้วยกับคำพูดนี้
ปรมาจารย์แห่งแคว้นกล่าวเย้ยหยันว่า “ไม่เคยกระทำเรื่องผิดอย่างนั้นเหรอ แล้วเรื่องที่คนเขารู้ไปทั่วทั้งดินแดนสี่ทิศนั่นล่ะ เจ้าลืมไปแล้วหรือไง ?”
“นั่นมันเป็นแผนการของพวกเผ่าวิญญาณร้าย ไม่เกี่ยวข้องกับรั่วเฉิน”
“เกี่ยวข้องหรือไม่ หัวหน้าแคว้นย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจดี”
หัวหน้าแคว้นหน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้น ท่านพี่ท่านนี้ของเขามีความคิดต่างและขัดแย้งกับเขามาโดยตลอด
ตอนนี้ออกมาจากการฝึกบำเพ็ญ พลังต้องแข็งแกร่งขึ้นมากแน่นอน มิเช่นนั้นคงไม่มีความมั่นใจถึงเพียงนี้
ปรมาจารย์แห่งแคว้นกล่าว “อินรั่วเฉิน หากเจ้าไม่อยากให้ข่าวฉาวโฉ่ของเจ้าแพร่สะพัดไปทั่วทั้งใต้หล้า เจ้าก็รับคำท้าประลองกับศิษย์ของข้าเถอะ!”
“หากเจ้าพ่ายแพ้ เจ้าต้องออกจากตำแหน