ู่เฉียนซีจ้องมองไปที่พระเฒ่าเคราขาวผู้นั้นและกล่าวว่า “ปรมาจารย์แห่งแคว้น ศิษย์ของท่านก็เป็นแค่คนคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักอะไรมากมาย ไม่มีสิทธิ์มาท้าประลองกับโอรสศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ แต่หากท่านยังยืนยันที่จะท้าประลองแล้วละก็ ต้องผ่านด่านข้าไปก่อน แล้วค่อยว่ากัน”
เล่อฝาน ศิษย์ของปรมาจารย์แห่งแคว้นกล่าวขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใครกัน รนหาที่ตายแท้!”
อินรั่วเฉินลุกยืนขึ้นข้างกายมู่เฉียนซี ก่อนจะกล่าวว่า “คุณชายผู้นี้เป็นสหายของข้า เจ้าช่วยมีมารยาทด้วย”
ปรมาจารย์แห่งแคว้นยิ้มพลางกล่าวว่า “นึกไม่ถึงเลยว่าคนอย่างโอรสศักดิ์สิทธิ์จะมีสหายรุ่นราวคราวเดียวกันด้วย ช่างหาได้ยากนัก เจ้าไม่กลัวว่าเจ้าจะทำให้เขาต้องตายหรอกเหรอ?”
ดวงตาของอินรั่วเฉินลึกล้ำขึ้น มู่เฉียนซีกล่าว “ปรมาจารย์แห่งแคว้น ท่านก็เป็นผู้อาวุโสแล้ว มากว่าววาจาเช่นนี้กับผู้น้อย ดูไม่สุภาพเอาซะเลย”
ปรมาจารย์แห่งแคว้นมองอินรั่วเฉินด้วยสีหน้าแสดงความสงสาร พลางกล่าวว่า “ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารซะจริง ๆ พวกเจ้าถูกอินรั่วเฉินหลอกแล้วล่ะ อย่าได้เข้ามาก้าวก่ายเรื่องนี้เลยนะ มิเช่นนั้นเจ้าจะเสียใจทีหลังเอาได้”
มู่เฉียนซีกล่าว “เรื่องใดที่ข้าตัดสินใจไปแล้ว ข้าไม่มีทางเสียใจทีหลังแน่นอน! ศิษย์ผู้นั้นของท่านปรารถนาจะเป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์ ต้องการจะเอาชนะอินรั่วเฉิน งั้นก็มาสิ! มาเอาชนะข้าให้ได้ก่อน หากไม่กล้าก็รีบไสหัวไ