มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าจะรอเขาอีกสามวัน ภายในสามวันหากเขายังไม่กลับมา ข้าก็จะไม่สนใจเขาแล้ว”
และแน่นอนว่าฝักกระบี่นั้นสำคัญมาก มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวมากมาย โดยเฉพาะกับชีวิตน้อย ๆ ของนาง
และไม่อาจปล่อยให้เสี่ยวไป๋ตกอยู่ในกำมือของเป่ยกงจั๋วโดยที่ไม่สนใจใยดีได้
“แต่พวกเราอยู่ที่นี่แล้วท่านโอรสศักดิ์สิทธิ์จะหาพวกเราเจอเหรอ?”
“หากเขายังมีชีวิตอยู่ เขาต้องหาเจอแน่นอน มิเช่นนั้นเขาคงไม่เป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์มานานหลายปีเช่นนี้หรอก ที่นี่คือถิ่นของเขา”
สามวันต่อมา ยามรัตติกาล มู่เฉียนซีได้ติดต่อลูกน้องของนางแล้ว เตรียมตัวที่จะไปยังแดนตะวันออก
“รู้แล้ว!” หน้าต่างถูกเปิดออก กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ส่งกลิ่นตลบอบอวนเข้ามาในห้องพร้อมกับสายลม
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็ลืมตาตื่นขึ้น
ในขณะนั้นดูเหมือนนางจะรับรู้ได้ว่าเจ้าพิฆาตวิญญาณมาพร้อมกับจิตสังหารแล้ว
แต่หากเป็นเขาจริง กลิ่นเลือดก็คงจะไม่จางถึงเพียงนี้
เมื่อนางลุกขึ้นก็ได้เห็นกับร่างในชุดสีเหลืองอ่อนร่างหนึ่งยืนอยู่ข้างเตียง ริมฝีปากบนล่างอันงดงามอย่างสมบูรณ์แบบนั้นเปิดออก เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเบาหวิวว่า “ข้าไม่ได้โกหกเจ้า”
“อินรั่วเฉิน!”
ดวงตาอันบริสุทธิ์คู่นั้นยังคงสุกสกาวอยู่ท่ามกลางความมืดในยามรัตติกาล
“อืม! ข้าเอง!” อินรั่วเฉินพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าว
“ในเมื่อเจ้ายังไม่ตาย ทำไมไม่ออกมาให้เร็วกว่านี้ล่ะ หากว่าเจ้าช้ากว่านี้อีกสักสองสามชั่วยาม ความร