งก็คงจะคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นภาพลวงตาเป็นแน่
ภายในชั่วพริบตาเดียวมู่เฉียนซีกับอินรั่วเฉินก็มุ่งหน้าไปที่ป่าแห่งนั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ได้กว้างใหญ่นัก สัตว์วิญญาณในป่าแห่งนี้ค่อนข้างดุร้าย แต่ก็ไม่สามารถขวางพวกเขาทั้งสองได้
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง! มู่เฉียนซีกับอินรั่วเฉินจัดการกับสัตว์วิญญาณเหล่านี้ได้อย่างราบรื่น
เพียงแต่ว่าพวกเขายังคงหาเบาะแสและตำแหน่งที่ตั้งของตระกูลโบราณไม่เจอ
ในตอนนี้เอง อินรั่วเฉินก็กระซิบเบา ๆ ว่า “ข้างหน้ามีคนอยู่ ระวังตัวด้วย!”
“ไปดูกันเถอะ!”
ไม่เพียงแต่มีคนอยู่เท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นคาวเลือดอีกด้วย
คนของตระกูลโบราณใช้ชีวิตอยู่ในป่าแห่งนี้มานาน ไม่มีทางถูกสัตว์วิญญาณทำร้ายได้แน่นอน
ในขณะที่มู่เฉียนซีเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ นั้น ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยกลิ่นอายหนึ่ง
มู่เฉียนซีแอบซ่อนกลิ่นอายของตัวเองและกล่าวว่า “ระวัง!”
พวกเขาเห็นการต่อสู้อันน่าสลดที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า องครักษ์แต่งกายด้วยชุดสีน้ำเงินกลุ่มหนึ่งกล่าวว่า “พวกเจ้า…พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงต้องฆ่าปรมาจารย์จางด้วย”
คนที่พวกเขาเผชิญหน้าด้วยเป็นกลุ่มชายชุดคลุมยาวสีดำที่แปลกประหลาด ชายชุดคลุมยาวสีดำกล่าวด้วยน้ำเสียงดุร้ายว่า “พวกข้าฆ่าปรมาจารย์จาง หรือปรมาจารย์จางไม่ไหวเองกันแน่”
ไม่นานนักใบหน้าของชายชุดดำผู้นั้นพลันเหมือนกับคนตายที่อยู่ข้าง ๆ ผู้นั้น
“นี่มัน…เป็นไปได้ยังไง?”
“เป็นเช่นนี้ไปได้ยังไง?