ดูถูกสตรีเช่นนี้”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้นเล็กน้อย นี่มันสตรีที่ไหนกันเล่า!
สีหน้าของอินรั่วเฉินก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก มู่เฉียนซีกล่าว “รีบไสหัวไปให้พ้น อย่ามาเกะกะขวางหูขวางตาข้า!”
“ขอรับ ๆ ๆ!”
เขารีบพาลูกน้องออกไปทันที มู่เฉียนซีกล่าวหยอกล้ออินรั่วเฉินว่า “คนงาม เราไปกันเถอะ!”
อินรั่วเฉินก้มหน้าและตามไปอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เปล่งเสียงกล่าวแต่อย่างใด
ทันทีที่ท่านเจ้าเมืองรู้ว่าบุตรชายของตนเองได้ไปยั่วโมโหผู้มีพลังขั้นจักรพรรดิผู้หนึ่งเข้า เขาก็รู้สึกตื่นตระหนกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง จึงรีบนำคนไปขอโทษขอโพย
ยอดฝีมือเช่นนี้สามารถทำลายเมืองเล็ก ๆ ของเขาได้อย่างง่ายดาย
“นายท่าน บุตรชายของข้าไม่รู้ความ ได้โปรดนายท่านให้อภัยบุตรชายของข้าด้วย”
มู่เฉียนซีโบกมือพลางกล่าวว่า “ข้าไม่ชอบฟังคำพูดไร้สาระ ไม่ต้องขอโทษข้า ของชดเชยที่นำมาก็ไม่ถูกใจข้าสักนิด!”
ท่านเจ้าเมืองตกตะลึงกับคำพูดนี้มาก สมกับเป็นผู้สูงศักดิ์จริง ๆ!
“แต่…” มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น
คำพูดเพียงเท่านี้ของมู่เฉียนซีก็ทำให้ท่านเจ้าเมืองหวาดกลัวจนเหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นท่วมตัว หรือว่านายท่านผู้นี้จะไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปจริง ๆ
“เจ้าตอบคำถามข้ามาสักสองสามคำถาม หากข้าพอใจ ข้าจะไม่เอาความกับพวกเจ้า! แต่หากคำตอบทำให้ข้าไม่พอใจแล้วละก็ ข้าจะทำลายคฤหาสน์ของเจ้าทิ้งซะ” ในขณะที่กล่าวนั้น มู่เฉียนซีก็เผยกลิ่นอายอันเย็นยะเยือกอย่างน่าเกรงขามออกมา
.