“หาที่ที่ใกล้กับแคว้นเทพฟ้านอินที่สุด และเป็นที่ที่ไม่มีคนก็ได้แล้ว”
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่ที่ใกล้กับแคว้นเทพฟ้านอินจะไม่มีผู้คน ดังนั้นจึงต้องอ้อมออกไปไกลอีกสักหน่อย
ระวังเอาไว้ก่อนเป็นการดีที่สุด แม้ว่ากองกำลังของตำหนักเป่ยหานที่อยู่ในแดนตะวันตกจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่หากเป่ยกงจั๋วรู้ว่านางอยู่ที่นี่แล้วละก็ เขาต้องไม่ยอมรามือแน่ เช่นนั้นนางก็ยากที่จะหนีได้
ฉวยโอกาสตอนที่ฟ้ามืดลง หอฉงโหลวบนเมฆาค่อย ๆ โผล่ออกมา
“นายท่าน นายท่านแน่ใจเหรอว่าจะไม่อยู่รักษาตัวอยู่ที่นี่ให้หายดีเสียก่อนแล้วค่อยออกไป?” หอฉงโหลวบนเมฆากล่าวด้วยความเป็นห่วง
“ข้าไม่ได้บาดเจ็บสาหัสอะไร ตอนนี้ต้องรีบ ข้าต้องรีบแก้ไขสถานการณ์ให้เร็วที่สุด”
ด้วยอุบายของเป่ยกงจั๋วแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้ต้องแย่มากแน่ ๆ
มู่เฉียนซีลอยตัวลงมาในป่าดงพงไพรรกชัฏแห่งนี้
ในช่วงเวลายามรัตติกาลในป่าดงพงไพรแห่งนี้ การที่มู่เฉียนซีผู้เป็นมนุษย์ย่างกรายเข้ามา ทำให้ดึงดูดความสนใจของสัตว์วิญญาณไม่น้อย
โฮ่ก ๆ ๆ! สัตว์วิญญาณเริ่มคำรามขึ้นแล้ว
“นายท่าน ให้ข้าจัดการเจ้าพวกนี้เถอะ!” อู๋ตี้กล่าว
พลันนั้นมู่เฉียนซีก็ชักกระบี่มังกรเพลิงออกมา ก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าพวกนี้ข้ารับมือเองได้ ให้ข้าลงมือเองเถอะ!”
นางกำลังอดทนและกำลังทำใจให้นิ่งสงบ แต่ตอนนี้อยู่ห่างไกลจากแดนเหนือแล้ว อยู่ห่างไกลจากเป่ยกงจั๋วแล้ว เผชิญหน้ากับสัตว์วิญญาณเหล่านี้ นางไม่จำเป็นต้องควบคุมอ